นายกฯ เรียกถก จัดการขบวนการกักตุนน้ำมัน

View icon 22
วันที่ 3 เม.ย. 2569 | 16.02 น.
ข่าวเย็นประเด็นร้อน
แชร์
ข่าวเย็นประเด็นร้อน - นายกฯ เรียกประชุม 9 หน่วยงานหลัก มอบดีเอสไอดำเนินคดีเด็ดขาด ขบวนการกักตุนน้ำมัน ค้ากำไรเกินควร และ ลักลอบส่งออก เผยเรือขนน้ำมันประวิงเวลาเดินเรือให้ช้าลง หวังรอน้ำมันปรับขึ้นราคา

ช่วงสายวันนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านพลังงาน และด้านความมั่นคง ประชุมบนตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อหารือถึงสถานการณ์การกักตุนน้ำมันในประเทศ

หลังประชุม นายอนุทิน แถลงว่า ในการป้องกันและปราบปรามการกักตุนและลักลอบขายน้ำมันออกไปจากระบบของประเทศ ให้ยึดหลักการ "ปิดชื่อถือพฤติกรรม" หากใครเอาเปรียบประชาชน จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเฉียบขาด

ผลการตรวจสอบระบบการขนส่งน้ำมันทั้งหมดจนถึงวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา พบรูปแบบการกักตุนและค้ากำไร 3 ข้อ คือ

1. พบการประวิงเวลาขนส่งน้ำมันทางทะเล เพื่อรอให้ประกาศเพิ่มราคาน้ำมัน

2. ปฏิเสธการจ่ายน้ำมันจากคลังน้ำมันขนาดใหญ่ไปยังสถานีบริการหรือลูกค้าปลายทาง

3. ขนส่งน้ำมันออกนอกเส้นทางเพื่อกักตุน

ซึ่งรัฐบาลกำลังเร่งตรวจสอบ ขยายผล มอบหมายให้ ดีเอสไอ ตรวจสอบขยายผลเป็นคดีพิเศษ และดำเนินการอย่างเฉียบขาด ยืนยันว่า ไม่ได้นิ่งนอนใจ

ด้าน พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า พบพิรุธกรณี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตรวจสอบต้นทางมีเรือบรรทุกนํ้ามันออกจากคลังน้ำมัน เดินทางไปยังคลังนํ้ามัน 6 แห่ง ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ทั้งหมด 96 เที่ยว มีน้ำมันออกจากคลัง 217 ล้านลิตร แต่ระหว่างเดินทางมีน้ำมันหายไป 57 ล้านลิตร 

ด้าน พลเรือเอก ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ บอกว่า ตรวจสอบเส้นทางและพฤติกรรมการเดินเรือที่ขนส่งน้ำมันทางทะเลในห้วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จำนวน 96 เที่ยวเรือ พบความผิดปกติ มีการประวิงเวลา เดินเรือช้าลงกว่าเดิม พบความผิดปกติ 20 เที่ยวเรือ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก เดินเรือช้ากว่าปกติ 1 วัน มี 13 เที่ยวเรือ รวมน่้ำมัน 35 ล้านกว่าลิตร และ กลุ่มที่สอง เดินเรือช้ากว่าปกติ 2 วัน มี 7 เที่ยวเรือ น้ำมัน 16 ล้านกว่าลิตร รวมแล้ว 50 กว่าล้านลิตร

ช่วงท้าย นายอนุทิน ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าจะมีน้ำมันให้ประชาชนใช้ตามปกติ โดยเฉพาะในช่วงสงกรานต์ ขอประชาชนอย่ากังวล อย่าตื่นตระหนก ไม่ต้องเติมน้ำมันใส่ถังแกลลอนไปตุนไว้

ส่วน ศบก. ชุดนี้จะสิ้นสุดตามอายุรัฐบาลชุดนี้ ส่วนสัปดาห์หน้าจะตั้ง ศบก. ชุดใหม่ขึ้นมา จะมีภารกิจมากกว่า ศบก. ชุดเดิม เรียกว่าเป็น ศบก.พลัส ขอให้มั่นใจว่ารัฐบาลคำนึงถึงพี่น้องประชาชนเป็นอันดับแรกเสมอ และจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง