เวลา 12.31 น. สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จไปทรงบำเพ็ญพระกุศลเชิญพระอัฐิสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระชินวรวิสุทธิเทวารยวงศ์ บรรจุลงในพระโกศองค์ใหม่ ณ หอนาก วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง
ในการนี้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงคม แล้วทรงยืนหน้าพระเก้าอี้ เจ้าพนักงานเชิญพระโกศพระอัฐิสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระชินวรวิสุทธิเทวารยวงศ์ ลงมาประดิษฐานยังโต๊ะด้านล่าง
จากนั้น ทรงเชิญพระอัฐิออกจากพระโกศองค์เก่า แล้วทรงเชิญลงยังพระโกศองค์ใหม่ เสร็จแล้ว เจ้าพนักงานเชิญพระโกศพระอัฐิองค์ใหม่ขึ้นประดิษฐานยังโต๊ะหมู่ ประทับพระเก้าอี้ ประธานสงฆ์ให้ศีล จบ พระสงฆ์ 10 รูป เจริญพระพุทธมนต์ เจ้าพนักงานลาดพระภูษาโยง ทรงทอดผ้าไตร 10 ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ ทรงกรวดน้ำ เมื่อพระสงฆ์สวดมาติกาจบ ทรงทอดผ้าไตร 1 ไตร
นอกนั้น ทรงโปรดให้ข้าราชการ และไวยาวัจกรวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ทอดผ้าไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ ทรงกรวดน้ำ พระสงฆ์ถวายอนุโมทนาแล้ว ทรงยืนหน้าพระเก้าอี้ เจ้าพนักงานเชิญพระโกศพระอัฐิสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระชินวรวิสุทธิเทวารยวงศ์ ขึ้นประดิษฐาน เสร็จแล้ว เสด็จไปทรงคม
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระชินวรวิสุทธิเทวารยวงศ์ ทรงเป็นสมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 11 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โดยทรงดำรงตำแหน่งนานถึง 16 ปี และดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม พระองค์ที่ 2 เป็นพระราชกรรมวาจาจารย์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นพระราชอุปัธยาจารย์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยทรงมีพระคุณูปการแด่พระบวรพุทธศาสนาและประเทศชาติ ทรงรับเป็นประธานชำระและจัดพิมพ์พระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐ และยังทรงพระนิพนธ์พระคัมภีร์อภิธานัปปทีปิกา พจนานุกรมภาษาบาลีแปลเป็นไทยฉบับปฐม ทรงจัดตั้งมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย เพื่อเป็นรากฐานแห่งการศึกษาทางพระพุทธศาสนาในระดับสูง และการบริหารจัดการศาสนสมบัติ และให้มีการสอบธรรมศึกษาสำหรับคฤหัสถ์ เปิดให้มีการศึกษาพระพุทธศาสนาสู่พุทธศาสนิกชน