สมาคมการประมง ร้องทุกข์กับ ศรชล.ภาค 1 วอนรัฐช่วยเหลือ หลังน้ำมันแพง-สัตว์น้ำราคาตก
3 เม.ย.2569 ที่ห้องประชุมสำนักงานสหกรณ์ประมงแม่กลอง จำกัด ตำบลแหลมใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม พล.ร.ท.เฉลิมชัย สวนแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ภาค 1 (ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1) พร้อมคณะและเจ้าหน้าที่ ศรชล.จังหวัดสมุทรสงคราม ได้ร่วมรับฟังปัญหาราคาน้ำมันแพงและสินค้าสัตว์น้ำราคาตกต่ำ โดยมีนายมงคล สุขเจริญคณา ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมประมงสมุทรสงคราม นายชินชัย สถิรยากร นายกสมาคมประมงเรือลากคู่สมุทรสงคราม นายสมพร สมุทรโสภากุล ประธานกรรมการสหกรณ์ประมงแม่กลอง จำกัด นายวิรัตน์ สนิทมัจโร ประมงจังหวัดสมุทรสงคราม และชาวประมงร่วมหารือ โดยนายมงคล กล่าวว่าประเด็นข้อเสนอที่ชาวประมงอยากให้ภาครัฐช่วยเหลือขณะนี้ มี 8 เรื่องสำคัญ
ประเด็นแรก คือ ควร“แยกการช่วยเหลือภาคประมงออกจากภาคอื่นให้ชัดเจน” โดยให้รัฐเข้ามาช่วยเหลือด้านราคาน้ำมันที่ไม่กระทบต้นทุนสำหรับกลุ่มที่ยังต้องการประกอบอาชีพต่อ ผ่านการชดเชยราคาน้ำมันเขียว สำหรับภาคประมงโดยเฉพาะและควบคุมราคาให้อยู่ในระดับไม่เกิน 30-35 บาทต่อลิตร เพราะจะทำให้สามารถดำเนินกิจการต่อได้
2. สนับสนุนพลังงานทางเลือก เช่น น้ำมันจากขยะ (Pyrolysis) ซึ่งปัจจุบันมีต้นทุนประมาณ 30 บาทต่อลิตร หากมีการส่งเสริมการผลิตในระดับอุตสาหกรรมก็จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของภาคประมง
3.ขอให้ลดค่าการกลั่นจากโรงกลั่นน้ำมันเขียว
ส่วนประเด็นที่ 4 และ 6 ฝากถึงกรมประมง ขอให้ทำโครงการนำเรือประมงออกนอกระบบ โดยให้รัฐบาลรับซื้อเรือประมงจากผู้ที่ไม่ต้องการประกอบอาชีพประมงต่อและต้องการอาชีพใหม่ เพื่อลดจำนวนเรือ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการใช้น้ำมันและช่วยฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล ขอให้ภาครัฐกำหนดมาตรฐานนำเข้าสัตว์น้ำจากต่างประเทศให้เทียบเท่ากับมาตรฐาน IUU ที่ใช้กับสินค้าไทย เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขัน และเสนอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พักชำระหนี้ให้ชาวประมง เพราะตอนนี้มีความเสี่ยงเกิดหนี้เสียสูง
ส่วนประเด็นที่ 7 และ 8 ฝากถึงกระทรวงแรงงาน ขอให้พิจารณามาตรการดูแลแรงงานภาคประมงในกรณีที่เรือจอด เนื่องจากผู้ประกอบการยังต้องจ่ายค่าจ้างทุกเดือน แม้ในช่วงที่ไม่ได้ออกทะเล เพื่อไม่ให้เป็นภาระและป้องกันปัญหาการขาดแคลนแรงงานในอนาคต และประเด็นสุดท้าย คือ เรื่องขอให้สรรพากรยกเว้นภาษีเงินได้แบบเหมาจ่ายปี 69-70 ให้กับผู้ประกอบการประมง เนื่องจากช่วงนี้ต้องเผชิญความไม่แน่นอนทั้งรายได้และต้นทุน แต่ยังต้องเสียภาษีในอัตราปกติ ซึ่งเป็นภาระที่หนักมาก