ตร.คลี่คดี ชายโดดตึก ซอยรังสิตภิรมย์ พบเป็นนศ.ชาวจีน เช็กกล้องวงจรปิด ค้นห้องพัก ผงะ! เจออีกศพซ่อนในห้อง พร้อมข้อความเลือดบนผนัง
(5 เม.ย.69) จากกรณีกลางดึกที่ผ่านมามีชายทำร้ายตนเองด้วยการกระโดดหอพักเสียชีวิต ภายในซอยรังสิตภิรมย์ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยที่เกิดเหตุเป็นหอพักสูง 9 ชั้น บริเวณด้านข้างตึกฝั่งทิศตะวันออกพบผู้เสียชีวิตชาย 1 คน อายุประมาณ 20 - 25ปี สวมกางเกงขาสั้นสีครีม ไม่สวมเสื้อ สวมแว่นสายตา เสียชีวิตอยู่ในลักษณะนอนหงายมีบาดแผลที่บริเวณใบหน้า ข้อมือทั้งสองข้างมีร่องรอยการทำร้ายตนเองด้วยการใช้ของมีคมกรีด ที่ใต้ท้องแขนฝั่งขวาพบมีรอยสักสีดำเป็นรูปตัวเลขโรมัน จากการตรวจสอบพบว่าตัวเลขแบ่งออกเป็น 2 ชุด ชุดแรก 812002 และ 522008 เบื้องต้นไม่มีเพื่อนหรือญาติมาแสดงตนว่าเป็นบุคคลใกล้ชิดและยังไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าตกมาจากชั้นใด
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 08.45 น. เจ้าหน้าที่ตรวจ สภ.คลองหลวง พร้อมกำลังชุดสืบสวนเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่า ชายคนดังกล่าว พักอยู่บริเวณชั้น 8 จึงประสานผู้ดูแลเข้าตรวจสอบภายในห้องพัก
เมื่อเปิดประตูเข้าไปพบว่า มีการเปิดเครื่องปรับอากาศทิ้งไว้ ภายในห้องพบร่องรอยการต่อสู้ ที่ฝาผนังกำแพง มีการใช้เลือดเขียนข้อความภาษาอังกฤษไว้จำนวนมาก แปลบางข้อความได้ว่า ฉันเคยอยู่อย่างสงบ ฉันพยายามอย่างหนักจริงๆ, เข้าใจมากขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องเงินเท่านั้น
ภายในห้องน้ำพบผู้เสียชีวิตเป็นหญิง1 คน อายุ 21 ปี เป็นชาว จ.อุทัยธานี เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยปี 1 สภาพเปลือยกาย จากการชันสูตรเบื้องต้นพบบาดแผลถูกของมีคมเข้าที่ศีรษะ คอ หน้าอก ลำคอ แขนซ้าย สันนิษฐานว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 8- 24ชม. เจ้าหน้าที่จึงกันพื้นที่ไว้เพื่อรอการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานอย่างละเอียด
ส่วนฝ่ายชายที่กระโดดตึก ทราบว่า เป็นชายสัญชาติจีน อายุ 30 ปี เป็นนักศึกษาคณะเดียวกับ หญิงที่ถูกพบเสียชีวิตในห้อง
ด้านนักศึกษาที่พักอาศัยห้องตรงข้าม บอกว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาในช่วงเวลากลางคืน ได้ยินเสียงคนจีนเสียงดังเป็นเสียงของผู้ชายกับผู้หญิงทะเลาะกัน ส่วนเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา ไม่ได้ยินเสียงอะไร จนมาทราบว่ามีผู้เสียชีวิต ที่ผ่านมาเคยเห็นฝ่ายชายผ่าน ๆ แต่ฝ่ายหญิงที่เสียชีวิตไม่เคยเห็นหน้า
พ.ต.ท.ฉลาด หอมเงิน รองผกก.สืบสวนสภ.คลองหลวง เปิดเผยว่า ได้ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานในการตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดพร้อมทั้งประสานคณะจารณ์ของมหาวิทยาลัย พบว่าผู้เสียชีวิตที่เป็นหญิงได้ขาดเรียนและทราบชื่อต่อมา โดยความสัมพันธ์ระหว่างผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน เป็นแฟนกัน ส่วนแรงจูงใจในการก่อเหตุต้องสอบปากคำผู้ใกล้ชิด
อย่างไรก็ตามได้ให้อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำร่างผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติเวชร.พ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป