บุกจับเว็บ Exchange เถื่อน รับแลกเงินหยวนออนไลน์ 7 เดือนเงินสะพัดกว่า 1,000 ล้าน

บุกจับเว็บ Exchange เถื่อน รับแลกเงินหยวนออนไลน์ 7 เดือนเงินสะพัดกว่า 1,000 ล้าน

View icon 133
วันที่ 5 เม.ย. 2569 | 16.16 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (5 เม.ย. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ดำเนินคดีผู้ต้องหา รวม 4 ราย ดังนี้

1.นางสาวสุภร อายุ 37 ปี สัญชาติไทย
2.นายก้าวหน้า อายุ 35 ปี สัญชาติไทย
3. น.ส.กรรณิการ์ อายุ 30 ปี สัญชาติไทย
4. นายอลิส อายุ 34 ปี สัญชาติไทย

ความผิดฐาน “ประกอบธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและโอนเงินระหว่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต” ตาม พ.ร.บ.ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ.2485

พร้อมตรวจยึดของกลาง
1. เครื่องคอมพิวเตอร์พกพา จำนวน 1 เครื่อง
2. โทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง
3. เครื่องคอมพิวเตอร์ (PC) จำนวน 1 เครื่อง

สถานที่ตรวจค้น

1.ทาวน์เฮ้าส์สองชั้น ในพื้นที่ แขวงยานนาวา เขตช่องนนทรี กรุงเทพมหานคร
2.บ้านพัก ในพื้นที่ ต.ตลาดขวัญ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี

สืบเนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบัน เทคโนโลยีทางการเงินไร้พรมแดนมีการพัฒนาเพื่อยกระดับบริการทางการเงินให้รวดเร็วและเข้าถึงได้ง่าย การโอนเงินระหว่างประเทศสามารถทำธุรกรรมได้สะดวกรวดเร็วมากขึ้น ในขณะเดียวกันยังอาจถูกมิจฉาชีพนำไปใช้เป็นช่องทางในการยักย้ายถ่ายโอนเงินที่ได้จากการกระทำความผิด ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ACSC) มีนโยบายตัดวงจรอาชญากรรมทางเทคโนโลยีแบบครบวงจร ทำลายระบบนิเวศของมิจฉาชีพตั้งแต่ต้นจนจบ

กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ โดย กก.5 บก.ปอศ. ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบปราบปรามความผิดเกี่ยวกับการเงินการธนาคาร ได้ตรวจสอบพบว่ามีการประกาศโฆษณาเปิดรับแลกเงินหยวนและเงินตราต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งการประกอบธุรกิจดังกล่าวเป็นธุรกิจที่ต้องได้รับอนุญาตและอยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย

จากการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปอศ. พบผู้ให้บริการแลกเงินหยวนออนไลน์ ชื่อ PANDAPAYS (แพนด้าเปย์) มีการโฆษณาชักชวนให้บริการผ่านสื่อสังคมออนไลน์ทั้งในเว็บไซต์และเพจเฟซบุ๊ก โดยมีการให้บริการรับซื้อแลกเปลี่ยนเงินสกุลหยวนกับเงินบาทไทย, บริการเติมเงินหยวนผ่านช่องทาง Alipay, Wechat และรับฝากสั่งหรือฝากจ่ายสินค้าในแพลตฟอร์ม Taobao, Alibaba หรือ Tmall เป็นต้น

โดยลูกค้าจะต้องสมัครสมาชิก และทำการยืนยันตัวตน ในเว็บไซต์ จึงจะสามารถเลือกใช้บริการข้างต้นได้ ซึ่งในการให้บริการรับแลกเงินหยวนและฝากสั่งหรือฝากจ่ายสินค้า จะคิดกำไรจากค่าบริการและส่วนต่างของอัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนปกติ ประมาณ 0.10-0.15 บาท ต่อ 1 หยวน

โดยจะให้ลูกค้าโอนเงินบาทไทยเข้าบัญชีธนาคารของนายก้าวหน้า จากนั้นจะเติมเงินหยวนกลับเข้าบัญชี Alipay ที่ลูกค้าแจ้ง ซึ่งจากการตรวจสอบไม่พบว่ามีผู้ให้บริการชื่อดังกล่าว เคยได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจรับแลกเงินจากธนาคารแห่งประเทศไทยแต่อย่างใด

จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบบัญชีธนาคาร ที่ใช้ในการทำธุรกรรมรับแลกและรับจ่ายเงินหยวน จำนวน 6 บัญชี มีเงินหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้านบาท ภายในห้วงระยะเวลาเพียง 7 เดือน โดยมีการรับและโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารของบุคคลและนิติบุคคล จำนวนมาก

อีกทั้งยังมีการโอนเงินต่อไปยัง ศูนย์ซื้อขายที่ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นเหรียญคริปโทเคอร์เรนซี มูลค่ากว่า 500 ล้านบาท ซึ่งจากการสืบสวนทราบว่าเว็บไซต์ดังกล่าว มีการดำเนินกิจการภายในทาวน์เฮ้าส์สองชั้น ย่านถนนสาธุประดิษฐ์ แขวงยานนาวา เขตช่องนนทรี กรุงเทพมหานคร และอีกจุดที่บ้านพักย่าน ต.ตลาดขวัญ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี

เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปอศ. จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ยื่นคำร้องขอหมายค้นต่อศาล เพื่อเข้าตรวจค้น โดยได้นำหมายค้นเข้าตรวจค้นสถานที่ที่เกี่ยวข้องพร้อมทั้งตรวจยึดพยานหลักฐานและพยานวัตถุ รวม 3 รายการ พบผู้ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 4 ราย ได้แก่ นางสาวสุภร และนายอลิส เป็นหุ้นส่วนร่วมกัน ทำหน้าที่บริหารกิจการในภาพรวม กำหนดเรท ราคาเงินหยวนในแต่ละวัน ควบคุมสั่งการในการทำธุรกรรมต่าง ๆ

โดยที่นายก้าวหน้า ทำหน้าที่เปิดบัญชีธนาคารเพื่อรับโอนเงินจากลูกค้าและเป็นผู้ทำธุรกรรมบัญชีธนาคาร และน.ส.กรรณิการ์ ทำหน้าที่เป็นแอดมินตรวจสอบข้อมูลลูกค้า และตอบคำถามลูกค้า จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีกับผู้ต้องหา จำนวน 4 ราย ในฐานความผิด “ประกอบธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและโอนเงินระหว่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต” นำส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ.

นอกจากนี้ยังพบว่าการดำเนินกิจการของกลุ่มผู้ต้องหายังมีพฤติการณ์รับจ่ายเงินหรือรับชำระเงินแทน ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ระบบการชำระเงิน พ.ศ.2560 ซึ่งจะทำการสอบสวนขยายผลเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยผู้ต้องหาให้การสอดคล้องกันว่า ตนได้เปิดให้บริการแลกเงินหยวนผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ ตั้งแต่เมื่อประมาณปลายปี 2568 โดยรู้จักกับชาวจีนจึงได้เปิดบัญชี Alipay  เพื่อใช้สำหรับโอนเงินหยวนให้กับลูกค้าที่ติดต่อเข้ามาขอแลกเงิน

โดยจะมีการบวกค่าเงินสูงจากอัตราแลกเปลี่ยนปกติเพื่อเป็นกำไร ซึ่งจะได้กำไรมากน้อยขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงนั้น ๆ ฐานลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบธุรกิจ เกี่ยวกับการนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนทั้งในนามนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดให้การยอมรับว่าการดำเนินธุรกิจรับแลกเงินดังกล่าว ไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจริง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง