พาณิชย์จังหวัดฯ แจ้งความเอาผิดบริษัทฯ เอกชน

View icon 62
วันที่ 5 เม.ย. 2569 | 16.34 น.
เจาะประเด็นข่าว 7HD
แชร์
เจาะประเด็นข่าว 7HD - ตลอด 2 สัปดาห์ หลายหน่วยงานลงพื้นที่ตรวจสอบที่มาของน้ำมัน ตั้งแต่คลัง จนถึงกระบวนการผลิต ทยอยพบความผิดปกติ ล่าสุด กรณีบริษัทฯ เอกชน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตัวแทนพาณิชย์จังหวัด เข้าแจ้งความกับตำรวจ ในข้อหากักตุนสินค้าควบคุมแล้ว

ภายหลังจากหลายหน่วยงาน ลงพื้นที่ตรวจสอบคลังน้ำมันของผู้ค้าน้ำมัน ขนาดใหญ่ ตามมาตรา 7 และ 10 ที่รับผิดชอบการขนส่งน้ำมันในภาคใต้ตอนบน รวม 6 จุด ที่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง เมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา

โดยตรวจพบบริษัทฯ เอกชนแห่งหนึ่ง มีปริมาณการรับเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าคลังมากกว่าการขายออกไป เข้าข่ายการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง

ต่อมา บริษัทฯ เอกชนที่ถูกพาดพิง ออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริง ยืนยันว่าการดำเนินงานด้านการจัดเก็บและบริหารสต็อกน้ำมันของบริษัทฯ เป็นไปตามแผนการจัดส่ง โดยไม่มีนโยบายหรือพฤติการณ์ในการกักตุนสินค้า เพื่อแสวงหาผลประโยชน์แต่อย่างใด

แต่ล่าสุด สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี ส่งตัวแทนเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เอาผิดบริษัทฯ เอกชน ในความผิดฐานกักตุนสินค้าควบคุม โดยมีสินค้าควบคุมไว้ในครอบครองเกินปริมาณที่กำหนด หรือเก็บสินค้าควบคุมไว้ ณ สถานที่อื่นนอกจากสถานที่เก็บตามที่ได้แจ้งต่อพนักงาน

พนักงานสอบสวน จึงสอบปากคำผู้เสียหาย และทำการสืบสวนสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานติดตามตัวผู้กระทำผิดในคดีนี้มาดำเนินคดีต่อไป 

สำหรับความผิดเกี่ยวกับการกักตุนน้ำมัน ก่อนหน้านี้ที่หลายหน่วยงานลงพื้นที่ตรวจแล้วพบความผิดปกติ เริ่มจาก วันที่ 27 มีนาคม 2569 พบ “คอกรับซื้อน้ำมัน” ที่ อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี  ซึ่งเป็น 1 ใน 3 จุด ที่พบภาคเอกชนลักลอบจัดเก็บ และจำหน่ายน้ำมันเถื่อน

ผลการตรวจครั้งนั้น จุดแรกพบลักลอบจัดเก็บน้ำมันดีเซล 8,000 ลิตร, แก๊สโซฮออล์ 95 จำนวน 7,000 ลิตร, แก๊สโซฮออล์ 91 จำนวน 20,000 ลิตร และ E20 จำนวน 2,000 ลิตร

จุดที่สองพบ ดีเซล 7,840 ลิตร และจุดที่ 3 พบดีเซล 3,859 ลิตร

นอกจากนี้พบน้ำมันค้างอยู่ในแกลลอน  รวมกันทั้งหมด 600 ลิตร 

รวมน้ำมันเถื่อน 3 จุด ที่พบ คือ 49,299 ลิตร

ต่อมาที่ พบบริษัทฯ เอกชน จังหวัดสุราษฎร์ธานี กักตุนน้ำมัน และ ล่าสุดพบ บริษัทแห่งหนึ่ง เป็นของชาวจีน เชื้อสายมาเลเซีย ตั้งบริษัทอยู่ใน อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา มีการกักเก็บน้ำมันดีเซล 100,000 ลิตร

ซึ่งรายงานข่าวระบุว่า น้ำมันที่พบ บริษัทฯ นำรถไปเติมจากประเทศมาเลเซีย ก่อนผู้ค้าปลีกน้ำมันปรับขึ้นราคา แล้วนำมาถ่ายลงถังเพื่อกักตุนไว้ใช้ในกิจการขนส่งของบริษัท ซึ่งกรณีนี้บริษัทฯ เอกชน มีการขออนุญาตกักเก็บ แต่อาจเข้าข่ายฐานครอบครองน้ำมันเถื่อน และไม่เสียภาษีนำเข้าประเทศ

ด้าน กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ มีรายงานหลังการประชุมหารือเกี่ยวกับคดีการกักตุนน้ำมันว่า ดีเอสไอจัดตั้งวอร์รูม ชื่อว่า ศูนย์การดำเนินคดีเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อนำข้อมูลของแต่ละหน่วยงานมาวิเคราะห์ ประมวลผล ก่อนเสนอคณะกรรมการคดีพิเศษ พิจารณารับเป็นคดีพิเศษ ตามความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยสินค้าและบริการ ก่อนขยายต่อไปยังความผิดอื่น เช่น อั้งยี่, ฟอกเงิน

ทั้งนี้คาดว่าที่ประชุมจะสามารถรวบรวมข้อมูลทั้งหมด เพื่อเสนอบอร์ดพิจารณา ภายในสัปดาห์หน้า ขณะที่เจ้าหน้าที่ที่จะมากำกับดูแลเรื่องนี้จะนำผู้เชี่ยวชาญจากกองคดีต่าง ๆ มาร่วมเป็นคณะพนักงานสอบสวนต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง