ข่าวเด็ดภาคดึก - ช่วงนี้อากาศร้อน ต้องระมัดระวังประกายไฟ ไม่เช่นนั้นอาจเหมือนกับที่โรงเก็บของเก่า ที่เจ้าของว่าจ้างคนงานมาตัดเหล็กแล้วจู่ ๆ มีประกายไฟจากอุปกรณ์ กระเด็นลอยไปถูกใบไม้แห้งและปุยนุ่น สุดท้ายเกิดเพลิงไหม้
วอดทั้งโรงเก็บของเก่า หลังสะเก็ดไฟปลิวจากเครื่องมือตัดเหล็ก
กลุ่มควันดำลอยขึ้นโขมง ท่ามกลางชาวบ้าน มุงดูเหตุการณ์เพลิงไหม้ โรงเก็บของเก่า ภายในหมู่ที่ 13 ตำบลโคกกลาง อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อม ๆ กับส่งใจช่วยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงให้เร่งดับไฟ แต่ค่อนข้างเป็นไปด้วยความลำบาก เพราะภายในโรงเก็บดังกล่าวมีทั้งขวดพลาสติก แกลลอนน้ำมัน เศษกระดาษ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี แม้จะระดมรถดับเพลิงมากันถึง 5 คัน แต่เปลวไฟก็ยังลุกลามไปยังบ้านพักที่อยู่ติดกัน คาดสภาพอากาศร้อนและแห้ง ต้องใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงควบคุมเพลิงไว้ได้ทั้งหมด
นายสมคิด ชำนาญจิต เจ้าของโรงเก็บของเก่า เล่าว่า ช่วงเกิดเหตุตนไม่อยู่บ้าน เพราะขับรถตระเวนไปรับซื้อของเก่า แต่ระหว่างนั้นก็ว่าจ้างคนงานมาแยกชิ้นส่วนโครงรถจักรยานยนต์ออก จึงคาดว่าสาเหตุเพลิงไหม้อาจเกิดจากระหว่างใช้เครื่องเจีย ตัดแยกชิ้นส่วนโครงรถจักรยานยนต์ อาจเกิดประกายไฟ แล้วปลิวไปถูกเศษใบไม้แห้งและใยนุ่น จึงทำให้เกิดไฟลุกลามอย่างรวดเร็วเข้าไปในโรงเก็บของเก่า
เบื้องต้นก็มีการประเมินมูลค่าความเสียหายจากเพลิงไหม้ครั้งนี้ ทั้งรถไถ รถยนต์การเกษตร พลาสติก และของเก่าที่รับซื้อมารวมมูลค่า 200,000 บาท
เตือนอากาศร้อน เสียบปลั๊กพัดลมทิ้งไว้บ้านหวิดวอดทั้งหลัง จ.ลำปาง
ไปต่อที่บ้านชั้นเดียวหลังหนึ่ง ในตำบลปงแสนทอง อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงก็เร่งฉีดน้ำเพื่อดับไฟที่ลุกไหม้ภายในตัวบ้าน แต่เคราะห์ดีใช้เวลาไม่นานจึงควบคุมเพลิงไว้ได้ พบบริเวณห้องครัว ห้องนอน ประตู หน้าต่าง ฝ้า เพดาน หลังคา ก็ถูกไฟไหม้เสียหาย
เจ้าของบ้าน หรือ ป้ารส อายุ 65 ปี เล่าว่า ช่วงเกิดเพลิงไหม้ตนวิ่งหนีเอาชีวิตรอดออกมา ก่อนรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยดับไฟ ส่วนสาเหตุเพลิงไหม้คาดเกิดจากการเสียบปลั๊กพัดลมทิ้งไว้
ป้าเจ้าของบ้านก็ฝากเตือนไว้เป็นอุทาหรณ์ เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดโดยเฉพาะช่วงหน้าร้อน ถ้าไม่ใช้งานควรถอดปลั๊กออกให้หมดเพื่อไม่เกิดเหตุเดียวกันกับเธอ แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่ปักใจเชื่อเก็บวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ ก่อนหาสาเหตุเพลิงไหม้ที่แท้จริงต่อไป