ส่งเฮลิคอปเตอร์ดับไฟป่า-ลดฝุ่น

View icon 32
วันที่ 7 เม.ย. 2569 | 06.32 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ทางภาคเหนือยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากปัญหาไฟป่าในหลายพื้นที่กระทบต่อสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะ จังหวัดเชียงใหม่ ที่เคยติดอันดับ 1 ของโลก เมืองมลพิษทางอากาศ จนทำให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติลดลงอย่างเห็นได้ชัดจากปัญหามลพิษทางอากาศ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลังเร่งดับไฟป่า

คลิปขณะศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง ภาค 3 ระดมอากาศยาน จัดส่งเฮลิคอปเตอร์ทิ้งน้ำ เข้าปฏิบัติการในพื้นที่ อำเภอดอยเต่า ที่กำลังมีไฟลุกโชนแล้วรวม 3 เที่ยวบิน ใช้ปริมาณน้ำ 10,500 ลิตร ใน จังหวัดเชียงใหม่ และ จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ขณะที่ เฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าดับไฟใน อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเร่งควบคุมสถานการณ์ไฟป่าและลดผลกระทบจากฝุ่นควันให้แก่ประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือโดยเร็วที่สุด

ขณะที่ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ปฏิบัติการบินทำฝนหลวงดับไฟป่าลดค่าฝุ่น ในพื้นที่ จังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย ลำพูน และจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ

หลังจากความพยายามอย่างต่อเนื่องของศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือตอนบนตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน ในที่สุดก็ประสบความสำเร็จ พบว่าช่วงเวลาประมาณ 15.20 น. มีฝนตกบริเวณกว้างพื้นที่ อำเภออมก๋อย อำเภอฮอด อำเภอแม่แจ่ม อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอแม่สรวย อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย และ อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน ส่งผลให้ค่าคุณภาพอากาศดีขึ้น ชาวบ้านต่างรู้สึกดีใจ พากันถ่ายภาพฝนตกขึ้นโพสต์กันอย่างคึกคักในโลกออนไลน์

โดยข้อมูลจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ เมื่อเวลา 20.00 น. ยังตรวจพบกลุ่มฝนในพื้นที่ อำเภอสะเมิง อำเภอหางดง อำเภอแม่วาง และ อำเภอแม่ริม ขณะเดียวกันทางตอนบนของจังหวัดเชียงใหม่ พบกลุ่มฝนในพื้นที่ อำเภอฝาง อำเภอแม่อาย และ อำเภอไชยปราการ

นอกจากนี้ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ ระบุว่า ช่วงวันที่ 7-9 เมษายน พื้นที่ภาคเหนือจะมีโอกาสเกิดพายุฝนฟ้าคะนองในบางพื้นที่ ซึ่งจะส่งผลดีต่อความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ ทำให้การปฏิบัติการฝนหลวงมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยให้เกิดฝนตกต่อเนื่อง
 
ส่วนภาคอีสาน ไฟป่าลุกลามขยายวงกว้างที่ จังหวัดชัยภูมิ เมื่อเช้ามืดที่ผ่านมา พบไฟป่าลุกไหม้ทั้งขุนเขากระจายเป็นวงกว้าง ภายในอุทยานแห่งชาติไทรทอง เจ้าหน้าที่ร่วมกับชาวบ้านเร่งเข้าช่วยดับไฟตามเขตหน้าผา โดยใช้เครื่องเป่าลมแรงดันสูง ไม้ตบไฟ และแบกถังน้ำ เข้าพ่นละอองน้ำเพื่อดับไฟป่า ใช้เวลารวม 3 ชั่วโมง ขณะนี้ยังไม่สามารถตรวจสอบความเสียหายของพื้นที่ป่าได้ คาดสาเหตุจากคนเข้าหาของป่าและล่าสัตว์

ส่วนที่ จังหวัดนครราชสีมา ผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ภาพในพื้นที่ อบต.หนองยาง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ระบุว่า ได้รับแจ้งเหตุไฟป่าจากชาวบ้านกว่า 4 ครั้งแล้ว ภายในระยะเวลาแค่ 1 วัน รอบที่ 4 ทุกฝ่ายต้องเร่งช่วยกันนำรถน้ำดับเพลิงฉีดสกัดไฟไว้ให้อยู่ในวงจำกัด ไม่ให้ลุกลามไปถึงบ้านเรือน คาดว่าต้นตอของไฟป่ามาจากลักลอบเผาตอซังข้าว หรือซากพืชผลทางการเกษตร เพื่อเตรียมปรับพื้นที่สำหรับการเพาะปลูกรอบใหม่ รวมถึงความร้อนสะสมในพื้นที่ป่าหลายจุด ทำให้ช่วงนี้ชาวบ้านต้องเผชิญทั้งไฟป่าและฝุ่นควัน

ส่วนอีกจุดหนึ่งที่ริมถนนสุรนารายณ์ อำเภอโนนไทย เกิดไฟป่าลุกไหม้จนบดบังทัศนวิสัยของผู้ที่สัญจรผ่านไปมา ต้องมีการนำรถบรรทุกน้ำมาเร่งฉีดน้ำสกัดไฟ โดยคาดการณ์ใน 2 สาเหตุหลัก คือ การลักลอบจุดไฟเพื่อเตรียมทำการเพาะปลูก หรืออาจมีผู้ทิ้งก้นบุหรี่ เมื่อไปโดนหญ้าแห้งทำให้ติดไฟอย่างรวดเร็ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง