จับตารัฐบาลจ่อรื้อโครงสร้างพลังงาน

View icon 15
วันที่ 7 เม.ย. 2569 | 07.02 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - เมื่อวาน (6 เม.ย.) มีการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ ซึ่งมีการหารือในหลาย ๆ ประเด็น หนึ่งในนั้นคือมาตรการรับมือสถานการณ์น้ำมัน ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่ง "นายกฯ อนุทิน" บอกว่าจะปรับลดงบฯ ภาครัฐ เพื่อนำไปช่วยประชาชนเป็นลำดับแรกก่อน

จับตารัฐบาลจ่อรื้อโครงสร้างพลังงาน
นายกฯ อนุทิน แถลงหลังประชุม ครม.นัดพิเศษ โดยยอมรับว่ารัฐบาลตั้งใจบรรเทาภาระ และความเดือดร้อนของประชาชน อันเนื่องมาจากเหตุการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง

แต่ประการสำคัญที่รัฐบาลต้องนำเรียนประชาชนตามตรง คือ แม้รัฐบาลทำทุกวิถีทาง เพื่อให้ได้น้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซธรรมชาติ แต่ปริมาณของน้ำมันและสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทำให้จัดหาน้ำมันและก๊าซจากแหล่งอื่นลำบากมากขึ้น จึงเลือกที่จะแถลงข้อเท็จจริงให้เข้าใจ และพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อรับมือสถานการณ์

โดยนโยบายสำคัญของรัฐบาล คือ จะปรับลดงบฯ ภาครัฐ เพื่อนำงบฯ มาช่วยเหลือประชาชนเป็นลำดับแรก พร้อมปรับโครงสร้างราคาพลังงาน ทั้งน้ำมันและไฟฟ้า รวมถึงดำเนินมาตรการบรรเทาความเดือดร้อน ทั้งโครงการคนละครึ่ง พลัส, ไทยช่วยไทย, สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กับเกษตรกร หรือผู้ประกอบการ

เริ่มนับหนึ่ง ! ดึงกำไรโรงกลั่นฯ เข้ารัฐ
อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือ ที่ประชุม ครม.นัดพิเศษ มีมติเห็นชอบให้เจรจากับโรงกลั่นน้ำมัน เพื่อขอคืนส่วนต่างกำไรของโรงกลั่นที่เกินมา เพื่อนำมาช่วยเหลือประชาชน ซึ่งนายกฯ มอบหมายให้คณะกรรมการชุดใหม่ ที่มีปลัดกระทรวงแรงงานทำหน้าที่เลขาธิการฯ เข้าไปดูแล และทำให้เป็นรูปธรรม

หลักการสำคัญ คือ การคำนวณกำไรส่วนต่าง ต้องสะท้อนจากต้นทุนที่แท้จริงของสต็อกน้ำมันเก่า ไม่สามารถใช้วิธีคิดประเมินราคาความผันผวนแบบวันต่อวันได้ แต่จะใช้วิธีการหาค่าเฉลี่ยทั้งเดือน เพื่อดูว่าโรงกลั่นมีกำไรส่วนต่างเกินมาเท่าใด

อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าวไม่สามารถใช้วิธีการบีบบังคับโรงกลั่นได้ แต่ต้องใช้วิธีการพูดคุยเจรจาเป็นหลัก ส่วนรูปแบบและวิธีการคืนกำไรนั้น ต้องกำหนดให้ชัด

ขณะที่ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ยืนยันว่าในวันนี้ (7 เม.ย.) เวลา 13.00 น. จะเรียกประชุมตัวแทนโรงกลั่นน้ำมัน เพื่อพิจารณากำหนดค่ากลั่นน้ำมัน โดยจะมีการนำตัวเลขต้นทุนที่แท้จริง, ราคาขาย และกำไรเฉลี่ยมาเป็นมาตรฐานในการคำนวน ต้องเลิกใช้ตัวเลขทิพย์ หรือตัวเลขในจินตนาการ เพราะวันนี้สถานการณ์ไม่ปกติ

จับตานายกฯ งัดไพ่ตายแก้วิกฤตน้ำมัน
ส่วนการแก้ไขปัญหาในระยะยาว มีรายงานว่า รัฐบาลอาจนำ พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516 มาเป็นเครื่องมือกำหนดรูปแบบในการชดเชย หรือใช้วิธีช่วยชดเชยให้โรงกลั่นเป็นรูปแบบอื่นทดแทน ในกรณีที่โรงกลั่นต้องเผชิญกับภาวะขาดทุน

ซึ่งในช่วงของการแถลงข่าวเมื่อวาน (6 เม.ย.) นายกฯ อนุทิน ยืนยันว่ามีการนำ พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516 มาใช้แล้วในบางส่วน

สำหรับสาระสำคัญของ พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516 คือ นายกฯ จะสามารถควบคุมพลังงาน หรือเชื้อเพลิงได้ทั้งหมด ทั้งการผลิตและจำหน่าย, มีอำนาจประกาศขายราคาน้ำมัน หรือค่าบริการต่าง ๆ เช่น ค่าการกลั่น และอื่น ๆ

นอกจากนี้ นายกฯ ยังสั่งจำกัดเวลาเปิด-ปิดปั๊มน้ำมัน, มีอำนาจกำหนดเวลาเปิด-ปิดโรงงาน สถานประกอบการต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งจำกัดการใช้ยานพาหนะ

รวมไปถึงมีอำนาจวางเงื่อนไขการใช้ไฟฟ้าในที่สาธารณะต่าง ๆ โดยวัตถุประสงค์สำคัญ คือ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันภายในประเทศอย่างรุนแรง

คุมเวลาเปิด-ปิดปั๊มฯ หลังสงกรานต์ ?
ด้าน นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการใช้กฎหมายฉบับดังกล่าว มาจัดการปัญหาราคาน้ำมันว่า อาจมีการออกข้อบังคับในเรื่องให้ Work From Anywhere หรือทำงานนอกสถานที่ของข้าราชการ ซึ่งสามารถดำเนินการได้ทันที

รวมถึงอาจมีการกำหนดมาตรการเปิด-ปิด สถานีบริการน้ำมันตามเวลาที่กำหนด หรือให้จัดจำหน่ายเป็นช่วงเวลา โดยรายละเอียดน่าจะเริ่มได้ช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์

นายกฯ สั่งข้าราชการ WFH-WFA
ก่อนหน้านั้นช่วงบ่าย ๆ วานนี้ นายกฯ อนุทิน โพสต์ Facebook ให้ข้าราชการ Work From Home เพราะวันนี้เป็นเวลาที่จำเป็นที่จะต้องกำชับให้ทุกหน่วยราชการปฏิบัติอย่างเข้มงวด พร้อมกับขอความร่วมมือประชาชน-เอกชน ร่วมประหยัดพลังงานในรูปแบบเดียวกัน ทั้ง Work From Home, Work From Anywhere ลดการใช้รถยนต์ และหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะ, ใช้ยานพาหนะร่วมกันในลักษณะ Carpool รวมไปถึงการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างตระหนักรู้ด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง