วีระยุทธ คาดหวังรัฐบาลออก 4 มาตรการสำคัญช่วงสงกรานต์ ชาวบ้านต้องทำมาหากินรายวัน ช่วยทันทีชาวนา ชาวประมง ขนส่ง พลาสติก ไม่ต้องรอประชุม ครม. 11 เม.ย.นี้
นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงการช่วยเหลือประชาชนในในห้วงวิกฤตพลังงาน โดยข้อความตอนหนึ่งระบุว่า หลังนายกฯ อนุทิน เรียกประชุม ครม. นัดพิเศษหลังเข้าพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณ เริ่มต้นนับหนึ่งการทำงานทันที โดยข้อความตอนหนึ่งแต่ในเมื่อเป็นช่วงเวลาใกล้สงกรานต์ที่หลายคนยังลังเลว่าจะเดินทางกลับบ้านดีหรือไม่ จะวางแผนธุรกิจอย่างไร เราจึงคาดหวังให้รัฐบาลประกาศมาตรการที่เน้น ๆ ชัด ๆ ว่า จะช่วยเหลือประชาชน และบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการจากวิกฤตพลังงานตอนนี้อย่างไร โดยตนเห็นว่ามี 4 เรื่องสำคัญที่ประชาชนอยากได้ยิน ได้แก่
1.ประกาศอุดหนุนขนส่งสาธารณะ “เส้นเลือดฝอย” ทั่วประเทศ การพุ่งทะยานของราคาน้ำมันทำให้หลายคนตัดสินใจไม่เดินทางไกล แต่คนจำนวนมากย่อมอยากกลับไปเยี่ยมบ้านในช่วงสงกรานต์ โดยเส้นทางสำคัญก็คือการใช้รถสาธารณะจากหมอชิตและสถานีขนส่งต่าง ๆ ไปยังตัวจังหวัด ก่อนจะใช้รถมินิบัสและรถตู้ที่เป็นเสมือน “เส้นเลือดฝอย” ต่อไปยังอำเภอและตำบลบ้านเกิดของตนเอง
คณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกประกาศตรึงราคาเฉพาะรถทัวร์และรถร่วมบริการใหญ่ไว้ (จนกระทั่ง 20 เม.ย.69) แต่กำหนดอัตราค่าโดยสารตายตัวสำหรับรถตู้และรถมินิบัส 3,000 คัน เริ่มใช้ในวันที่ 6 เม.ย.69 โดยเป็นอัตราที่ตั้งอยู่บนฐานราคาน้ำมันดีเซลก่อนหน้านี้ที่ 38.99 บาท/ลิตร
พรรคประชาชนเสนอว่า รัฐบาลสามารถเลือกทางออกที่ไม่ใช่การตรึงราคาหรือลอยตัว แต่ “อุดหนุนรายหัว” แทน โดยคำนวณหาอัตราเงินอุดหนุนจากฐานเส้นทาง จำนวนวัน และจำนวนผู้โดยสารที่เดินทาง ซึ่งจะทำให้ไม่เสี่ยงเกิดการกักตุนอย่างที่ผ่านมา ทั้งยังช่วยจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้รถสาธารณะแทนรถส่วนตัว
2.อัปเดตข้อมูลน้ำมันให้ครบ คนขับรถจะได้มั่นใจ เพื่อให้คนขับรถส่วนตัวสามารถเดินทางไกลได้อย่างราบรื่นตลอดช่วงสงกรานต์ วางแผนได้ว่าจะไปพักจุดไหน รัฐบาลต้องจริงจังกับการจัดการข้อมูลหน้าปั๊มบนเพจ Fuel Now มากกว่านี้ เพราะจำนวนปั๊มน้ำมันทั่วประเทศไทยมีประมาณ 25,000 ปั๊ม แต่เพจ Fuel Now ล่าสุด กลับมีจำนวนปั๊มที่รายงานข้อมูลน้ำมันมีอยู่ประมาณ 7,200 ปั๊มเท่านั้น ไม่ถึง 1 ใน 3 ของปั๊มน้ำมันทั่วประเทศ แล้วคนเดินทางไกลจะวางแผนการเดินทางอย่างมั่นใจได้อย่างไร
3.ตั้งจุดซื้อขายสินค้าท้องถิ่น กระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า นอกจากจะเป็นการเดินทางกลับภูมิลำเนาแล้ว สงกรานต์ยังเป็นโอกาสสร้างมูลค่าเศรษฐกิจหมุนเวียนทั่วประเทศ โดยจัดเตรียม "จุดซื้อขายของฝาก" จากเกษตรกรในแต่ละจังหวัด เพื่อระบายผลผลิตที่ยังมีปริมาณผลผลิตส่วนเกินหรือราคาตกต่ำ ประสานงานระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรฯ และจังหวัดต่างๆ ทั้งสำหรับขาจากเมืองไปบ้าน (เช่น มะพร้าวน้ำหอม มะม่วง) และขากลับจากบ้านกลับมาเมือง (เช่น สินค้าท้องถิ่น) โดยควรจัดจุดรับและจุดซื้อที่สะดวกทั้งสำหรับผู้ใช้รถยนต์ส่วนตัวและผู้เดินทางด้วยการขนส่งสาธารณะ
4. ช่วยชาวนา ชาวประมง ขนส่ง พลาสติก ทันที ก่อนหน้านี้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง แจ้งว่าจะมีการประชุม ครม. ในวันที่ 11 เม.ย.69 เพื่อออกมาตรการพุ่งเป้าเยียวยาไปที่กลุ่มเปราะบาง อย่างไรก็ตาม มีประชาชนจำนวนมากที่ต้องทำมาหากินรายวัน รัฐบาลจึงไม่ควรต้องรอถึงวันที่ 11 เม.ย. แต่สามารถออกมาตรการช่วยเหลือเยียวยาพุ่งเป้าไปยังกลุ่มสำคัญอย่างน้อย 4 กลุ่มได้เลย คือ ชาวนา ชาวประมง กลุ่มขนส่ง และกลุ่มที่เผชิญภาวะขาดแคลนพลาสติก
เพราะวิกฤติน้ำมันครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อชาวประมงพาณิชย์กว่า 9,000 ลำ ชาวประมงพื้นบ้านกว่า 100,000 ครอบครัว รัฐบาลควรจัดหาน้ำมันจากแหล่งอื่นมาให้ชาวประมงเพิ่มเติม ในขณะที่ภาวะขาดแคลนเม็ดพลาสติกและเคมีภัณฑ์ที่ผลิตมาจากน้ำมันดิบก็เริ่มรุนแรงขึ้น กระทบโดยตรงกับพนักงานและผู้ประกอบการโรงงานพลาสติกกว่า 2,500 แห่ง จึงจำเป็นต้องมีมาตรการช่วยเหลือทั้งด้านปริมาณและราคาต้นทุนโดยเร่งด่วน มิฉะนั้นจะส่งผลลามเป็นลูกโซ่ไปยังสินค้าอื่น ๆ