ความคืบหน้าน้ำมัน 57 ล้านลิตร หายกลางทะเล โฆษกดีเอสไอ เผยพบพิรุธ เรือขนถ่ายน้ำมัน เพิ่มเป็น 99 เที่ยว มีเรือบางลำใช้เวลาเดินทางนานผิดปกติ เร่งตรวจสอบขยายผล
วันนี้ (7 เม.ย.69) ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เผยความคืบหน้าการตรวจสอบจำนวนเที่ยวเรือที่ขนถ่ายน้ำมันกลางทะเลจังหวัดสุราษฎร์ธานี หลังพบความผิดปกติจากจำนวนเที่ยวเรือรอบแรก 96 เที่ยว มีพฤติกรรมเข้าข่ายกักตุนน้ำมันกลางทะเลว่า การประชุมหารือร่วมกับผู้แทนจากกรมสรรพสามิต และกรมธุรกิจพลังงานในวันนี้ ได้นำข้อมูลตัวเลขมาตรวจสอบเปรียบเทียบกัน เนื่องจากขั้นตอนน้ำมันออกจากคลังจะต้องมีใบกำกับการขนส่ง และมีหลักฐานการเสียภาษีสรรพสามิตต้นทาง เพื่อนำไปตรวจเช็กกับน้ำมันที่ไปถึงปลายทาง เมื่อนำข้อมูลตัวเลขทั้งหมดมาจัดทำตารางเปรียบเทียบกับจำนวนเที่ยวเรือทั้งหมด รวมถึงจำนวนเรือ โดยเฉพาะปลายทางจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในช่วงเดือน มี.ค.69
ล่าสุดข้อมูลมีการปรับตัวเลขเพิ่มขึ้น จากเดิมจำนวนเที่ยวเรือที่ 96 เที่ยวเรือ พบเพิ่มเป็น 99 เที่ยวเรือ จึงต้องเร่งนำเอาตัวเลขทั้งหมดมาทบกับยอดปริมาณน้ำมัน ทั้งส่วนของน้ำมันดีเซลและเบนซิน ทั้งนี้ จำนวนเรือที่เข้ามาเกี่ยวข้อง เราต้องนับจากช่วงเรือที่วิ่งเดินทาง เพราะมีข้อมูลว่าเรือบางลำวิ่งมากกว่าหนึ่งเที่ยว จึงต้องแยกว่าในจำนวนทั้งหมด 99 เที่ยว มีการใช้เรือวิ่งทั้งหมดกี่ลำ ส่วนเรื่องน้ำมัน 57 ล้านลิตรที่หายกลางทะเลยังคงอยู่ในขั้นตอนดำเนินการตรวจสอบ เราจะต้องดูตัวเลขทั้งหมดและนำมาเปรียบเทียบกัน โดยเฉพาะปริมาณน้ำมันที่ลงไปในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ส่วนประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้องก็จะได้มีการขยายผลสอบสวนคู่ขนานกัน
โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวอีกว่า ส่วนใหญ่แล้วเที่ยวเรือที่เป็นเส้นทางหลัก คือ ภาคตะวันออก โดยเฉพาะโรงกลั่นในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี และในจังหวัดระยอง จากนั้นจึงจะมีการเคลื่อนย้ายน้ำมันลงไปในพื้นที่ภาคใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งยังมีประเด็นปลีกย่อยอีก แต่หลัก ๆ ก็ 2 แหล่งนี้ อย่างไรก็ตาม ระหว่างเดินทางปริมาณน้ำมันยังคงเดิม หรือหดหายไปอย่างไรหรือไม่ ยังคงอยู่ระหว่างตรวจสอบตัวเลขที่มีรายงาน
พ.ต.ต.วรณัน กล่าวด้วยว่า ปกติระวางของเรือแต่ละลำจะไม่เท่ากัน เรือบางลำก็บรรทุกน้ำมันชนิดเดียว บางลำก็บรรทุกน้ำมันหลายชนิด จึงต้องเชิญหน่วยงานที่ควบคุมโดยเฉพาะอย่างกรมธุรกิจพลังงาน และกรมสรรพสามิตมาดูยอดตัวเลขทั้งหมดเพื่อให้เป็นตัวเลขเดียวกัน ซึ่งเราก็ตรวจพบความผิดปกติว่าเรือบางลำมีการใช้เวลาในการวิ่งนานผิดปกติ โดยเฉพาะเส้นทางจากภาคตะวันออกลงไปยังพื้นที่ภาคใต้จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งตรวจสอบจากเรือที่ได้มีการลงทะเบียนไว้ เรื่องนี้ต้องนำไปขยายผลต่อ อย่างไรก็ดี เรือที่ใช้เวลาวิ่งกลางทะเลนานกว่าปกติ เราพบว่ามีทั้งสองแบบ คือบรรทุกทั้งน้ำมันชนิดเดียว และน้ำมันหลายชนิด