จ่อฟันวินัย-อาญา “พ.ต.ท.” เรียกเงินค่าน้ำมันชาวบ้าน

จ่อฟันวินัย-อาญา “พ.ต.ท.” เรียกเงินค่าน้ำมันชาวบ้าน

View icon 96
วันที่ 7 เม.ย. 2569 | 15.25 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
โฆษก ตร. ยืนยัน พนักงานสอบสวนยศ “พ.ต.ท.” เรียกเงินค่าน้ำมัน 2 กรณีในพื้นที่ สภ.ม่วงสามสิบ เป็นคนเดียวกัน จ่อเอาผิดวินัย-อาญา ละเว้นปฏิบัติหน้าที่-เรียกรับผลประโยชน์ ตั้ง กก.สอบข้อเท็จจริง เด้งเข้า ศปก.สภ.เมืองอุบลราชธานี

วันนี้ ( 7 เม.ย. 69) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า กรณีที่ชาวบ้านร้องเรียนพนักงานสอบสวน สภ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี เรียกรับค่าน้ำมันแลกกับการเดินทางไปตรวจสอบเหตุคนร้ายลักทรัพย์ที่เกิดในพื้นที่ที่รับผิดชอบ จนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้างในโลกโซเชียลมีเดีย ส่งผลให้ภาพลักษณ์โดยรวมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับความเสียหาย โดยขณะนี้ทาง ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ตำรวจในพื้นที่เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เบื้องต้นพบว่า นายตำรวจยศพันตำรวจโท (พ.ต.ท.) ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวน ได้ใช้วาจาไม่เหมาะสมในการเรียกรับเงิน 300 บาท เพื่อเป็นค่าน้ำมันในการลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุจริง

สำหรับเรื่องนี้ ผกก.สภ.ม่วงสามสิบ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของตำรวจนายดังกล่าวได้ออกมาชี้แจงถึงความไม่เหมาะสม พร้อมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง อีกทั้งยังมีคำสั่งให้นายตำรวจคนดังกล่าวไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ สภ.เมืองอุบลราชธานี (ศปก.สภ.เมืองอุบลราชธานี) พร้อมสืบสวนข้อเท็จจริง หากพบว่ามีความผิดจริงก็จะดำเนินการทั้งทางวินัยและทางอาญา

ขณะเดียวกัน ก็ตรวจสอบพบว่า ตำรวจนายดังกล่าวถูกร้องเรียนจากชาวบ้านม่วงสามสิบ กรณีเรียกรับค่าน้ำมันในการเดินทางไปขอหมายจับคดีหลอกลวงออนไลน์อีก 3,000 บาท เช่นกัน ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างติดต่อผู้เสียหาย แต่ยืนยันว่า หากมีการเข้ามาร้องทุกข์กล่าวโทษ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เบื้องต้นเข้าข่ายความผิดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบมาตรา 157 และ เข้าข่ายความผิดเจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์มาตรา 149

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ย้ำว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่มีนโยบายในการที่จะไปรับค่าน้ำมันจากสถานการณ์วิกฤตราคาน้ำมันแพง เนื่องจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการจัดสรรงบประมาณลงไปยังพื้นที่อย่างเพียงพอ เพราะล่าสุดได้มีการอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมในช่วงวิกฤต แม้ว่าจะมีเสียงครหาจากตำรวจชั้นผู้น้อยที่ยังเข้าไม่ถึง โดยยืนยันว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่มีไอ้โม่งที่จะกักตุนน้ำมันอย่างแน่นอน แต่ถ้าหากมีก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายไม่ละเว้น เรื่องการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของชาวบ้าน โดยเฉพาะเรื่องระบบสายตรวจที่มีการใช้ยานพาหนะในแต่ละวงรอบ ซึ่งยังมีสายตรวจวงรอบ 24 ชั่วโมง ให้ความปลอดภัยกับพี่พี่น้องประชาชนเพื่อป้องกันเหตุด่วน-เหตุร้าย

สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ยืนยันว่า ตำรวจมีเงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงอยู่แล้ว การบริการประชาชนเป็นหน้าที่ ไม่สามารถเรียกร้องค่าบริการได้ สามารถของบประมาณเพิ่มเติมตามระเบียบการใช้จ่ายงบประมาณได้ จะไม่มีภาพรถตำรวจไม่สามารถออกปฏิบัติหน้าที่ได้เพราะไม่มีน้ำมัน แต่จะการปรับเปลี่ยนการปฏิบัติงาน การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เช่น ปรับจุดตรวจตู้แดงให้เหมาะสมกับสถานการณ์น้ำมันแพง เมื่อประชาชนแจ้งเหตุ ตำรวจต้องไปถึงที่เกิดเหตุภายใน 5-15 นาที ต้องมีวงรอบการเข้าตรวจตามจุดต่าง ๆ ใน 24 ชั่วโมง ตามห้วงเวลาต่าง ๆ และการเข้าถึงเหตุต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง