หนี 14 ปี 66 หมายจับ หนูเฉิน พ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ จัดฉากแกล้งตายกุข่าวพบศพลอยน้ำ เปลี่ยนชื่อ - เปลี่ยนสัญชาติ เดินทางเข้าออกหลายประเทศ
วันนี้ (7 เม.ย.69) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย พล.ต.ท. สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงผลการจับกุมนายฐปนันท์ หรือ “หนูเฉิน” ผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ ที่มีหมายจับรวม 66 หมาย โดยผู้ต้องหารายนี้ หลบหนีคดีมานาน และเคยวางแผนให้คนใกล้ชิดสร้างสถานการณ์แกล้งเสียชีวิต เมื่อปี 2565 เพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุมของเจ้าหน้าที่ ก่อนจะถูกทางการเกาหลีใต้ควบคุมตัว และส่งกลับประเทศไทย มาถึงสนามบินสุวรรณภูมิในช่วงบ่ายที่ผ่านมา
รมว.ยุติธรรม เปิดเผยว่า ผู้ต้องหารายนี้ถือเป็นบุคคลสำคัญในเครือข่ายค้ายาเสพติด มีความเกี่ยวข้องกับคดีจำนวนมาก และเป็นหนึ่งในผู้นำเข้ายาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทย โดยความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของหลายหน่วยงาน รวมถึงการประสานงานกับต่างประเทศ
พล.ต.ท.สำราญ บอกว่า คดีนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญของผู้ที่คิดเข้าสู่วงการค้ายาเสพติด การจับกุมยาเสพติดตั้งแต่ปี 2542 ได้ปรากฎชื่อของผู้ค้ายาเสพติด “หนูเฉิน” ในหลากหลายชื่อโดยตลอดระยะเวลาหลายปี ผู้ต้องหาได้เปลี่ยนชื่อหลายครั้ง และพยายามอำพรางตัวเอง รวมถึงจัดฉากว่าถูกฆาตกรรมเพื่อหลบหนีคดี แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถหลบหนีการติดตามของเจ้าหน้าที่ได้ ตำรวจยืนยันว่า จะเดินหน้าปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสกัดกั้น จับกุมผู้ค้า ยึดทรัพย์ และติดตามผู้หลบหนีมาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง แม้จะใช้ชื่อปลอมหลายชื่อ และมีบุคคลในเครือข่ายช่วยจัดฉากการเสียชีวิต บริเวณแม่น้ำเมย เมื่อปี 2565 ขณะเดียวกัน ยังพบว่าผู้ต้องหาเป็นผู้สั่งการสำคัญในเครือข่ายค้ายาเสพติด มีหมายจับคงค้างอยู่จำนวนมาก และมีเครือข่ายที่ถูกออกหมายจับเพิ่มเติมอีกกว่า 400 หมาย ซึ่งเจ้าหน้าที่เตรียมเร่งสอบสวนขยายผลให้ครบทุกคดี โดยตลอดระยะเวลาที่หลบหนี ผู้ต้องหาได้ย้ายที่อยู่ไปต่างประเทศ และยังคงมีบทบาทสั่งการลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังเตรียมเพิ่มมาตรการเข้มงวด โดยเฉพาะช่วงเทศกาลที่อาจถูกใช้เป็นช่องทางลำเลียงยาเสพติด ทุกหน่วยงานยังคงปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ ไม่มีวันหยุด ทั้งการตั้งจุดตรวจ การใช้สุนัขตำรวจ และการข่าว เพื่อสกัดกั้นยาเสพติดในทุกเส้นทาง
ด้าน พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เปิดเผยว่า คดีนี้เป็นผลจากการทำงานเชิงลึกของชุดสืบสวนที่ติดตามผู้ต้องหารายนี้มาอย่างต่อเนื่อง หลังพบพิรุธจากการแจ้งเสียชีวิตในต่างประเทศ โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาสืบสวนนานกว่า 4 ปี ตรวจสอบเส้นทางการเดินทางของบุคคลใกล้ชิดและเครือญาติ จนพบความผิดปกติ ก่อนแกะรอยผู้ต้องสงสัยจากการเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น และต่อไปยังเกาหลีใต้ กระทั่งมีการตรวจสอบลายนิ้วมือ ยืนยันตัวบุคคลตรงกับผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงประสานความร่วมมือกับหน่วยงานด้านยาเสพติด และหน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้ จนนำไปสู่การจับกุมได้ในที่สุด
สำหรับนายหนูเฉิน กองคดียาเสพติด กรมสอบสวนคดีพิเศษ ส่งสำนวนการสอบสวนคดีฟอกเงินเครือข่ายร้านทองร่วมกันฟอกเงินให้ "นายหนูเฉิน” ที่ได้จากการซื้อขายยาเสพติดมาซื้อทองคำจากร้านทองในกรุงเทพมหานครและในพื้นที่จังหวัดชายแดนติดกับประเทศเมียนมา เพื่อให้สะดวกต่อการนำไปใช้หมุนเวียนในการขยายกระบวนการค้ายาเสพติดหรืออาชญากรรมอื่น