เตรียมส่งข้อมูลให้ดีเอสไอ ปฏิบัติการตรวจสอบกักตุนน้ำมัน พบความผิดปกติ 3 รูปแบบ ขนส่งน้ำมันจากคลัง แต่ไม่เข้าปั๊ม จุดที่น่าสนใจอยู่ที่ สมุทรสาคร งัดข้อมูลการใช้ไฟฟ้ามัด
วันนี้ (8 เม.ย.69) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงปฏิบัติการตรวจสอบคลังน้ำมัน 4 พื้นที่ ในวันนี้ว่า หลังจากคณะทำงานกำหนดเหตุการณ์ แบ่งเป็น 3 เหตุต้องสงสัยที่เจ้าหน้าที่ตั้งสมมติฐาน ดังนี้
เหตุการณ์แรก มีรถที่ไปรับน้ำมันจากคลังแล้วไม่เข้าปั๊ม ซึ่งจากการตรวจสอบ พบว่ามีรถน้ำมันประมาณ 11,067 คัน และจากการดูข้อมูล GPS ของรถและข้อมูลต่าง ๆ พบอยู่ที่ จ.อุดรธานี 1 เคส มีรถทั้งหมด 10 คัน เฉลี่ยคันหนึ่งรถบรรทุกน้ำมันประมาณ 40,000 ลิตร โดยใน 10 คันนี้ ที่หน้าปั๊มติดว่าปั๊มไม่มีน้ำมัน และเช้าวันนี้ พบว่า 2 คัน ไปส่งน้ำมันระหว่างทางที่ จ.ขอนแก่น ไปถ่ายใส่รถเล็ก ๆ ซึ่งประเด็นนี้ก็มีความผิดชัดเจน ขณะนี้รองผู้บัญชาการฝ่ายสืบสวนกำลังดำเนินการอยู่ และอีก 1 เคส ที่ จ.ระยอง ตรวจสอบพบรถที่ไปรับน้ำมันจากคลังแล้วไม่เข้าปั๊ม ซึ่งจากการที่เราได้รับข้อมูลจากคลัง เขาอ้างว่าเคยจดทะเบียนเป็นปั๊มแล้วยกเลิกไป
เหตุการณ์ที่ 2 จากการตรวจสอบคลังน้ำมัน 92 คลัง ในช่วงที่น้ำมันขาด คลังไหนไม่ได้จ่าย และไม่ได้จ่ายช่วงไหน ซึ่งจากการดูข้อมูลไฟฟ้าที่ใช้เป็นกราฟ ก็ไปสะดุดที่ จ.ปทุมธานี 1 ส่วน เนื่องจากเห็นว่าถ้าใช้ไฟปกติ ก็จะอยู่ที่ประมาณ 500 กิโลวัตต์ แต่ในวันที่ 9-10 มี.ค. 69 มีการจ่ายน้ำมันสูงถึง 1,300 กิโลวัตต์ 1 ช่วง และในวันที่ 15-17 มี.ค.69 พบว่าไม่ได้จ่าย โดยเราดูจากกระแสไฟฟ้า แต่สิ่งที่ต้องดูเป็นพิเศษ ก็คือวันที่ 20-25 มี.ค.69 ปรากฎว่าวันที่ 26 มี.ค.69 น้ำมันขึ้นราคา ก็มีการอัดกระแสไฟฟ้าจ่ายน้ำมันจากคลังถึง 1,600 กิโลวัตต์ แต่พอกลับไปดูน้ำมันคงคลังในวันที่ 20-25 มี.ค.69 ก็มีน้ำมันคงคลังอยู่ประมาณ 20 ล้านลิตร
ย้ำว่าประเด็นนี้เราดูจากกระแสไฟฟ้าเป็นหลัก คลังน้ำมันของแต่ละคลังทั้ง 92 คลัง เราก็ขอดูปริมาณการใช้ไฟว่าการจ่ายไฟสอดคล้องกับปริมาณน้ำมันที่รับ-จ่ายหรือไม่ ประเด็นนี้จะเห็นว่าวันที่ 26 มี.ค.69 ช่วงเช้ากราฟขึ้นเป็นสีแดง ซึ่งเป็นการจ่ายการใช้กระแสไฟฟ้าจากน้ำมันช่วงกลางวัน โดยขณะนี้ทางทีมงานกำลังตรวจสอบอยู่ ก่อนจะส่งข้อมูลให้กับดีเอสไอต่อไป
เหตุการณ์ที่ 3 คือวันที่ 15-17 มี.ค.69 ตรวจสอบว่ามีปั๊มไหนที่ปิดให้บริการ โดยที่แจ้งว่าน้ำมันไม่พอ แล้วใช้ตำรวจพื้นที่ไปสอบถาม ได้ข้อมูลว่า เดิมทีเขารับน้ำมันจากบริษัทอะไรและรถอะไร โดยเราจะมาดูว่ารถยังวิ่งส่งอยู่หรือไม่ ก็พบว่าที่ จ.สมุทรสาคร เคสนี้เขายังวิ่งส่งน้ำมันอยู่ แต่ไม่ได้ส่งให้กับปั๊ม จากเดิมที่เคยส่งให้ปั๊มนี้อยู่ แต่ก็ไม่ส่ง โดยยืนยันว่าทางตำรวจจะดำเนินการใน 3 เหตุการณ์นี้เป็นหลัก พร้อมรับคำสั่งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด
เมื่อถามว่าจากการตรวจสอบจุดเป้าหมายนี้พบความผิดปกติ หรือเจอในส่วนของการผสมน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผิดปกติหรือไม่ พล.ต.อ.สำราญ ตอบว่า “จุดที่น่าสนใจ คือ จ.สมุทรสาคร แต่ผลจะออกมาเป็นอย่างไร เจ้าหน้าที่กำลังเข้าตรวจสอบ โดยกรมธุรกิจพลังงานอธิบายได้ดีกว่า