กรมธุรกิจพลังงาน ร่วมตรวจจ็อบเบอร์สมุทรสาคร-โรงกลั่นขนาดเล็ก พบผิดซึ่งหน้าหลายประเด็น มีถังเก็บดีเซล 4 หมื่นลิตร เชื่อมต่อหัวจ่าย แต่ไม่ได้ขออนุญาตตามกฎหมาย เป็นผู้ค้าตามมาตรา 10 แต่ไม่ได้แจ้งเพิ่มเติมว่ามีการเปิดสถานีบริการน้ำมัน
นายวุฒิทัต ตันติเวสส รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยถึงผลการตรวจสอบคลังและโรงกลั่นน้ำมันในพื้นที่ระยอง พบว่า คลังน้ำมันแห่งหนึ่งเคยขึ้นทะเบียนเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 แต่ได้ยกเลิกการจดทะเบียนไปตั้งแต่ปี 2561–2562 ทำให้ไม่อยู่ในระบบการกำกับตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นที่พบว่ามีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิงทดแทนอุตสาหกรรม ซึ่งเข้าข่าย “การค้า” ตามกฎหมาย
ทั้งนี้ เงื่อนไขการเป็นผู้ค้าตามมาตรา 10 ต้องมีปริมาณการค้าต่อปีเกิน 36 ล้านลิตร หรือหากมีสถานที่เก็บน้ำมันที่มีความจุเกิน 200,000 ลิตร ก็ต้องจดทะเบียนเช่นกัน ขณะที่สถานที่ดังกล่าวได้รับใบอนุญาตเป็นคลังน้ำมันที่มีความจุรวมเกิน 500,000 ลิตร ตาม พ.ร.บ.ควบคุมฯ จึงเข้าข่ายต้องจดทะเบียนเป็นผู้ค้าตามมาตรา 10 หากมีการผลิตและจำหน่ายจริง อาจมีความผิดฐานประกอบกิจการค้าโดยไม่ขึ้นทะเบียน นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการรับจ้างขนส่งน้ำมัน แต่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นผู้ขนส่งตามมาตรา 12 โดยกรมธุรกิจพลังงานจะตรวจสอบเอกสารและข้อเท็จจริงเชิงลึกอีกครั้ง
ส่วนในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 และประกอบกิจการโรงกลั่นขนาดเล็ก ผลิตน้ำมันดีเซลเป็นหลัก จากการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้เรียกเอกสารใบกำกับการขนส่ง รวมถึงข้อมูลการรับ–จ่ายน้ำมัน เพื่อนำมาตรวจสอบความสอดคล้อง พร้อมทั้งขอข้อมูลการเข้า–ออกของรถบรรทุก และภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อตรวจสอบว่ามีพฤติการณ์กักตุนหรือประวิงการจำหน่ายหรือไม่
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบความผิดซึ่งหน้าในหลายประเด็น ได้แก่ การเปิดสถานีบริการน้ำมันภายในพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต มีถังเก็บดีเซลขนาด 40,000 ลิตรเชื่อมต่อหัวจ่าย แต่ไม่ได้ขออนุญาตตามกฎหมายควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง เข้าข่ายความผิดฐานประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 โดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะเดียวกัน แม้จะเป็นผู้ค้าตามมาตรา 10 แต่ไม่ได้แจ้งเพิ่มเติมว่ามีการเปิดสถานีบริการน้ำมัน เข้าข่ายผิดตามมาตรา 14 อีกทั้งยังพบการใช้งานถังเก็บน้ำมันไม่ตรงตามที่แจ้งไว้ โดยถังหมายเลข T12 แจ้งว่าใช้เก็บน้ำมันดิบ แต่กลับนำมาเก็บน้ำมันดีเซลโดยไม่แจ้งเปลี่ยนแปลง เข้าข่ายไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวง
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้สุ่มเก็บตัวอย่างน้ำมัน ทั้งน้ำมันดีเซลพื้นฐานและน้ำมัน B7 เพื่อตรวจสอบคุณภาพ โดยคาดว่าผลตรวจจะแล้วเสร็จภายใน 3–4 วัน ทั้งนี้เบื้องต้น กรมธุรกิจพลังงานจะนำข้อมูลทั้งหมดไปตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมาย และสร้างความชัดเจนต่อข้อสงสัยเรื่องการกักตุนหรือการประวิงการจำหน่ายน้ำมันต่อไป