ผู้นำโลกร่วมยินดีข้อตกลงหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่าน

View icon 15
วันที่ 8 เม.ย. 2569 | 18.41 น.
รอบรั้วรอบโลก
แชร์
ผู้นำโลกร่วมยินดีข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์ ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ขณะที่ต่างฝ่ายต่างอ้างว่าเป็นชัยชนะของตน

ผู้นำหลายชาติ อาทิ โอมาน, ญี่ปุ่น, ฝรั่งเศส และออสเตรเลีย ออกมาแสดงความยินดีต่อข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน พร้อมหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายได้อย่างรวดเร็วผ่านวิธีทางการทูต อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะยินดีกับข้อตกลงหยุดยิง แต่นายกรัฐมนตรีแอนโทนี แอลบานีส ของออสเตรเลีย ได้วิพากษ์วิจารณ์ถ้อยคำของทรัมป์ ก่อนจะมีการประกาศข้อตกลงหยุดยิง โดยทรัมป์โพสต์ข้อความขู่อิหร่านว่า "อารยธรรมทั้งหมดจะล่มสลายในคืนนี้"

ขณะที่ เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา (8 เม.ย.) ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐฯ ประชาชนชาวอิหร่านจำนวนมากพากันออกมารวมตัวบริเวณจัตุรัสเอนเกอลาบ (Enghelab Square) ในกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน พร้อมโบกธงและประกาศความจงรักภักดีอย่างไม่มีเงื่อนไขต่อโมจตาบา คาเมเนอี (Mojtaba Khamenei) ผู้นำสูงสุดอิหร่าน แม้ว่าสหรัฐฯ และอิหร่านจะตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ขณะที่ ผู้ชุมชุมบางส่วนเผาธงชาติสหรัฐฯ และอิสราเอล รวมทั้งยังไม่ไว้วางใจสหรัฐฯ ด้วย

ผู้ชุมนุมคนหนึ่ง เปิดเผยว่า ไม่ว่าผู้นำสูงสุดของเราจะพูดอย่างไรก็เป็นไปตามนั้น หากผู้นำสูงสุดเห็นว่าเหมาะสม เราก็พร้อมจะหยุดการสู้รบ แต่หากไม่ เราก็พร้อมจะสู้ตลอดไปกาลเช่นกัน

สหรัฐฯ และอิหร่าน ต่างฝ่ายต่างอ้างว่าการตกลงหยุดยิงชั่วคราวนี้เป็นชัยชนะของตน โดยสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด (Supreme National Security Council) ของอิหร่าน พยายามสร้างภาพว่าข้อตกลงนี้เป็นชัยชนะเหนือสหรัฐฯ อ้างว่าประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ยอมรับเงื่อนไข 10 ข้อของอิหร่าน ในการยุติความขัดแย้ง ขณะเดียวกัน โฆษกทำเนียบขาวก็อ้างว่านี่คือชัยชนะของสหรัฐฯ จากฝีมือของทรัมป์ และกองทัพสหรัฐฯ

ด้านสำนักนายกรัฐมนตรีอิสราเอล ออกแถลงการณ์สนับสนุนข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์กับอิหร่าน โดยมีเงื่อนไขว่า อิหร่านต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซทันที และยุติการโจมตีสหรัฐฯ, อิสราเอล และประเทศเพื่อนบ้านในตะวันออกกลาง แต่การสนับสนุนข้อตกลงหยุดยิงครั้งนี้ไม่ได้ครอบคลุมถึงการโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ในเลบานอน

ขณะที่ เจสสิกา เกนาวเออร์ (Jessica Genauer) ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ (University of New South Wales) ของออสเตรเลีย) ระบุว่า การประกาศอย่างกะทันหันของทรัมป์ สะท้อนให้เห็นถึงการรับรู้ที่เพิ่มขึ้นว่าการยกระดับสงครามจะไม่นำไปสู่การล่มสลายของผู้นำอิหร่านอย่างที่เคยหวังไว้ พร้อมเตือนว่าข้อตกลงหยุดยิงยังมีความเปราะบาง และกองทัพสหรัฐฯ ยังคงประจำการอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมทั้งความขัดแย้งที่หยั่งลึกก็ยังคงไม่ได้รับการแก้ไข

ข่าวที่เกี่ยวข้อง