ห้องข่าวภาคเที่ยง - ก่อนที่ 14.00 น.วันนี้ (9 เม.ย.) จะมีการพิจารณารับคดีน้ำมันเป็นคดีพิเศษ เราไปไล่ดูกันหน่อย ว่าช่วงหลายวันที่ผ่านมา เจอพฤติกรรมน่าสงสัยอย่างไรบ้าง เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจน้ำมัน ในช่วงที่คนไทยกำลังประสบกับภาวะวิกฤต
รูปแบบแรกคือการกักเก็บน้ำมันจำนวนมาก เช่น โรงงานที่ใช้เป็นสถานที่เก็บวัตถุดิบอาหารสัตว์ ในจังหวัดราชบุรี ที่พบมีการสั่งซื้อน้ำมันดีเซล รวมปริมาณ 142,000 ลิตร มาเก็บไว้ อ้างว่าเพื่อเอาไว้ใช้ในธุรกิจ เพราะไม่สามารถเอารถไปเติมน้ำมันตามปั๊มได้เหมือนปกติ ที่ตรวจสอบเบื้องต้น ไม่พบว่ามีใบอนุญาตอะไรเลย
รูปแบบที่ 2 เป็นการลักลอบจำหน่ายน้ำมันหนีภาษี ที่กรมสรรพสามิต ภาค 3 เข้าตรวจสอบปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ในอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา พบน้ำมันดีเซล 24,000 ลิตร ไม่สามารถระบุแหล่งที่มาได้
ส่วนที่ กระทรวงยุติธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันแถลงข่าวผลการตรวจสอบ การประกอบธุรกิจน้ำมันที่มีลักษณะต้องสงสัย
เช่น จากจำนวนรถที่รับน้ำมันจากคลังกว่า 10,000 คัน จะมีส่วนหนึ่งประมาณ 10 คัน ที่ไม่ได้เอาไปเติมปั๊มน้ำมัน แต่เอาไปถ่ายลงรถบรรทุกขนาดเล็ก คลังน้ำมันที่เคยยกเลิกการจดทะเบียนไปแล้ว แต่กลับมาลักลอบจำหน่ายน้ำมัน มีคลังน้ำมันบางแห่ง ช่วงก่อนน้ำมันขึ้นราคา ไม่มีการใช้ไฟฟ้า แต่พอน้ำมันขึ้นราคา กลับใช้ไฟฟ้าสูงผิดปกติ
นอกจากนี้ ยังมีโรงกลั่นขนาดเล็กไม่ยอมส่งน้ำมัน อ้างน้ำมันหมด แต่กลับมีการลักลอบตั้งสถานีบริการน้ำมันจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต นำน้ำมันดีเซลไปเก็บในแทงก์ ไม่แจ้งการเปลี่ยนแปลง
ส่วน ศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็เจอความผิดปกติอีกหลายแบบ ทั้งรถบรรทุกปิด GPS ระหว่างเดินทางขนส่งน้ำมัน ตัวเลขการรับและจ่ายน้ำมันของผู้ให้บริการน้ำมัน กับกรมธุรกิจพลังงาน ไม่สอดคล้องกัน นี่ยังไม่นับถึงเรื่องน้ำมันหายในทะเล 57 ล้านลิตร และการขนส่งทางทะเลล่าช้า ที่เจอกันไปก่อนหน้านี้ ซึ่งสุดท้ายไม่ว่าจะมีกี่แผนประทุษกรรม จะพบความผิดปกติมากน้อยแค่ไหน ก็ต้องไปรวมกันที่ DSI เพื่อให้ดำเนินการสอบสวนเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้อง
ทั้งการจงใจทำให้ราคาปั่นป่วน ประวิงการจำหน่าย หรือปฏิเสธการจำหน่ายสินค้าควบคุม ทั้งหมดเกี่ยวข้องกับความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ที่จะมีการเสนอเข้าที่ประชุม คณะกรรมการคดีพิเศษ ในช่วง 14.00 น.วันนี้ (9 เม.ย.) เพื่อพิจารณารับเป็นคดีพิเศษต่อไป