เช้านี้ที่หมอชิต - ตามกันต่อกับการแถลงนโยบายรัฐบาล จากที่เกริ่นกันไว้ว่ามีฉายาใหม่ของรัฐบาลว่า "ครม.ลูกเทพ" ฉายานี้ได้มาจากหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย
พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ลุกขึ้นอภิปรายว่า ยินดีด้วยกับคณะรัฐมนตรีชุดนี้ แต่รู้สึกว่าจะมี "ลูกเทพ" และเด็กฝึกงานมากไปหน่อย หากเป้าหมายต้องการให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข ก็ต้องแก้ไขที่ต้นเหตุ ซึ่งจะทำให้คำที่ท่านพูดว่า "รวยไม่ไหวแล้ว" จะได้เป็นจริงสักที
ขณะที่มีความเคลื่อนไหวของ "นายกฯ อนุทิน" ซึ่งเดินทางออกจากอาคารรัฐสภาไปปฏิบัติภารกิจ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงกรณีที่ พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ฯ ระบุว่า คณะรัฐมนตรีชุดนี้มีแต่บรรดาลูกเทพ ลองไปฟังดูว่า "นายกฯ อนุทิน" จะตอบว่าอย่างไร
กลับมาที่ห้องประชุมฯ คราวนี้เป็นทีของ นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายตั้งฉายาคณะรัฐมนตรีว่า "รัฐบาลอุลตร้าแมนพลัส"
ขณะที่ นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.พรรคไทยภักดี ลุกขึ้นอภิปรายนโยบายเกี่ยวกับน้ำมัน พร้อมจี้ให้นายกฯ เร่งนำตัว "ไอ้โม่ง" ที่กักตุนน้ำมันมาดำเนินคดี พร้อมตั้งคำถามว่า รัฐบาลตั้งสมมติฐานว่าประชาชนตื่นตระหนก จึงเติมและกักตุนน้ำมัน แต่จากการลงพื้นที่พบว่าไม่ได้เกิดจากประชาชน แต่ปั๊มไม่มีน้ำมัน เพราะได้น้ำมันไม่ถึงครึ่ง
ขณะที่มีการเปิดประเด็นใหม่เกี่ยวกับเรือน้ำมัน เพราะเมื่อวาน (9 เม.ย.) นายชัยชนะ เดชเดโช สส.พรรคประชาธิปัตย์ จี้ให้รัฐบาลชี้แจงกรณีเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่ง บรรทุกน้ำมัน 180,000 ล้านลิตร ที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ ไม่ระบุว่าเรือใคร และนำน้ำมันไปที่สิงคโปร์ก่อน 70,000 ล้านลิตร จากนั้นจึงมาถึงไทยกับน้ำมัน 110,000 ล้านลิตร โดยตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดต้องแวะสิงคโปร์ก่อนเข้ามาไทย
ในเรื่องนี้ "นายกฯอนุทิน" บอกให้นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นผู้ชี้แจง เช่นเดียวกับการปรับลดค่าการกลั่นน้ำมันดีเซลให้กับโรงกลั่น 2 บาท ที่บริษัทเอกชนเตรียมฟ้องร้องดำเนินคดีรัฐบาล
ขณะที่ "รองนายกฯ สีหศักดิ์" ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นนี้เช่นเดียวกัน โดยบอกว่า ไม่ทราบเรื่องดังกล่าว แต่เรื่องนี้ก็สำคัญ และเราต้องยืนยันว่าเรือจะต้องเดินทางมาไทยเท่านั้น เพราะเราขอในนามประเทศไทย
กลับมาที่ห้องประชุมฯ อีกไฮไลต์หนึ่งเมื่อช่วงเย็น คือการอภิปรายของ นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส.พรรคประชาชน ที่ตั้งข้อสังเกตนโยบายของรัฐบาลว่า ไม่มีทิศทาง และไม่มีเป้าหมาย พร้อมกับบอกว่า ตอนนี้เข้าสู่โหมดข้าวยากหมากแพง และทราบมาว่ารัฐบาลเตรียมออกกฎหมายโอนงบฯ ซึ่งน่าจะออกมาเป็น "พ.ร.ก." โดยมองว่าเป็นการเกลี่ยงบฯ ก่อนกู้หรือไม่ และหากจะอ้างเป็นเรื่องด่วนจะฟังขึ้นหรือไม่ เพราะทำไม่ได้ตามรัฐธรรมนูญ
และได้ยินมาว่ารัฐบาลต้องกู้เงินอีก 5 แสนล้านบาท มาพยุงเศรษฐกิจ เพราะงบฯ ที่ตั้งไว้ไม่เพียงพอ จึงตั้งคำถามว่า "จะเอาเงินจากที่ไหนมาใช้คืน?" เกรงว่าจะไปเก็บภาษีเพิ่มเพื่อหาเงินมาใช้คืน
เดี๋ยวพักประเด็นทางเศรษฐกิจที่ "คุณศิริกัญญา" ตั้งคำถามไว้ก่อน เพราะช่วงหน้าจะมีคำชี้แจงนโยบายจาก "2 รองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ" ทั้ง "คุณเอกนิติ และ คุณศุภจี" ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนโยบายช่วยกลุ่มเปราะบาง และนโยบายลดค่าครองชีพให้กับประชาชน
ทิ้งท้ายช่วงนี้ไปดูการอภิปรายของ "สว.สุทนต์ กล้าการขาย" จากอุทัยธานี ลุกขึ้นอภิปรายเรื่องการบริหารจัดการภัยพิบัติ และระบบแจ้งเตือนภัยแห่งชาติ โดยตอนนี้มี Cell Broadcast อยู่แล้ว จึงเสนอให้หน่วยงานต่าง ๆ ซักซ้อม และทดสอบระบบทุก 3 เดือน เพราะระบบนี้ขึ้นอยู่กับการประสานงานของหน่วยงาน และเสนอให้ยกระดับโครงสร้างการเตือนภัยล่วงหน้าระดับประเทศ ด้วยโครงข่ายวิทยุดิจิทัล และสถานีวิทยุกระจายเสียง โดยรัฐบาลควรแจกวิทยุทรานซิสเตอร์ให้ประชาชน นำร่องที่หาดใหญ่ และให้ครอบคลุมทั่วประเทศภายใน 1-2 ปี