เช้านี้ที่หมอชิต - ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นที่สถานีตำรวจ ต้องบอก "แต่ละมื้อแต่ละเดย์ จริง ๆ" ที่ สภ.เมืองอุดรธานี
สรุปพกมีดมา 3 เล่ม เป็นมีดดาบยาว 1 เล่ม มีดพร้อมในกระเป๋าเป้ 1 เล่ม และสุดท้ายมีดพกที่พกไว้ในกระเป๋ากางเกงอีก 1 เล่ม สอบถามทราบว่าชื่อ นายกั๊ก อายุ 44 ปี ก่อนหน้านี้ เคยแจ้งความว่าถูกคนร้ายซึ่งเข้าใจว่าเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบชิงทรัพย์ เป็นโทรศัพท์มือถือ พระเครื่อง และเครื่องประดับพวกกำไลข้อมือไป และได้เข้าแจ้งความ สภ.เมืองอุดรธานี ไว้ตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว ผ่านมาครึ่งปี คดีไม่คืบ จึงมาสอบถามความคืบหน้าคดี
ส่วนที่ต้องนำมีดติดตัวมาหลายเล่ม เพราะหลังจากถูกชิงทรัพย์ เกิดความกลัวว่าจะถูกชิงทรัพย์อีก จึงพกมีดติดตัวไว้ป้องกันตัวตลอดเวลา ตำรวจจึงทำการเช็กข้อมูลไปที่ร้อยเวรผู้ที่รับแจ้งความ ทราบว่า จากการตรวจสอบไม่พบว่ามีตำรวจชื่อตรงกับที่นายกั๊กแจ้งความไว้ ประกอบกับไม่มีภาพจากกล้องวงจรปิด แต่จากพฤติกรรมของนายกั๊ก นักข่าวจึงสอบถามแบบตรง ๆ ว่าเสพยาเสพติดมาหรือไม่
จากการเช็กเฟซบุ๊กก็ไม่พบว่ามีผู้ใช้ชื่อดังกล่าวแล้ว จากนั้นนายกั๊กจึงยอมจากไป แต่จากนั้นไม่นาน ก็มีชายอีกคนเข้ามาครั้งนี้แจ้งว่าชื่อ เสือโทน
นายโทนแจ้งว่า อายุ 36 ปี เป็นคนจังหวัดอุดรธานี แต่ไม่มีใบเกิดเนื่องจากพ่อกับแม่ไม่ได้แจ้งเกิด ส่วนที่ขึ้นโรงพักมา เพราะได้ไปฆ่าคนตายในงานทุ่งศรีเมือง และต้องการเข้ามอบตัว เพราะเหนื่อยกับการหลบหนี แต่พอถามถึงสาเหตุ ปรากฏว่า เข้าใจว่าไปฆ่าคนตายเพราะเสพยาเสพติด
เมื่อสอบถามว่ามียาเสพติดเหลือหรือไม่ นายโทนบอกไม่มี เมื่อสอบถามว่ามีทรัพย์สินอะไรบ้างนายโทน บอกมีเงิน 80 บาท กับขนมที่มีคนมอบให้ และเมื่อเปิดกระเป๋าให้ดูพบมีผ้าขาวม้า ปลอกแขนกันแดด และเชือก 1 เส้น ซึ่งบอกว่า ก่อนหน้านี้ ระหว่างหนีคิดสั้นขึ้นมา จึงไปหาเชือกมาเตรียมไว้ผูกคอตาย ทีมข่าวจึงปลอบว่าอย่าคิดสั้น พร้อมกับพาไปตรวจสอบกับตำรวจ
ตำรวจได้ตรวจหาสารเสพติดในร่างกายของเสือโทน แต่ไม่พบ เบื้องต้นเชื่อว่า ก่อนหน้านี้นายโทนเคยเสพยาเสพติดจนมีอาการทางระบบประสาท ประกอบกับช่วงนี้อากาศร้อน และคิดไปเองว่าได้ไปฆ่าคนตาย จึงทำการลงบันทึกประจำวันเอาไว้เป็นหลักฐาน ก่อนปล่อยตัวกลับไป