กวดขันต่อเนื่อง ถ.วิภาวดีรังสิต จยย.ห้ามใช้ช่องทางหลัก

กวดขันต่อเนื่อง ถ.วิภาวดีรังสิต จยย.ห้ามใช้ช่องทางหลัก

View icon 69
วันที่ 10 เม.ย. 2569 | 11.32 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ถ.วิภาวดีรังสิต จยย.ห้ามใช้ช่องทางหลัก ศูนย์ควบคุมจราจรฯ กวดขันต่อเนื่อง เผยคดีรวมตัวแข่งซิ่งศาลพิพากษาลงโทษหนัก – ริบรถของกลาง 6 คัน ผู้ใหญ่ 4 ราย  ตัดสินจำคุก 1 เดือน และปรับคนละ 10,000 บาท ส่วนผู้กระทำผิดที่เป็นเยาวชน ส่งตัวไปสถานพินิจฯ  

วันนี้ (10 เม.ย.69) ตำรวจจราจร สน.วิภาวดีรังสิต เดินหน้ากวดขันวินัยจราจรอย่างต่อเนื่อง บนถนนวิภาวดีรังสิต เน้นกวดขัน รถจักรยานยนต์ห้ามเข้าช่องทางหลัก บริเวณเบี่ยงทางลงสุรศักดิ์ ขาเข้า ถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งเป็นจุดจราจรหนาแน่นและพบการฝ่าฝืนต่อเนื่อง

ก่อนหน้านี้ ศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต/ทางพิเศษ กก.2 บก.จร. แถลงจับกุมผู้ต้องหา 9 คน แบ่งเป็น ผู้ใหญ่ 4 คน เด็กและเยาวชน 5 คน พร้อมของกลาง รถจักรยานยนต์ 6 คัน จุดเกิดเหตุบริเวณถนนวิภาวดีรังสิตขาออก แยกสุทธิสาร และปากซอยวิภาวดีรังสิต 17 ถึงบริเวณหน้าท่าอากาศยานดอนเมือง คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 20 ก.พ.69 ได้มีกลุ่มวัยรุ่นนำรถจักรยานยนต์กว่า 10 คัน รวมตัวแข่งรถด้วยความเร็วสูงบนถนนวิภาวดีรังสิต ขาออก โดยมีพฤติการณ์ขับขี่กีดขวางการจราจร แซงทุกช่องทาง ไม่สวมหมวกนิรภัย และมีการปิดบังแผ่นป้ายทะเบียนเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่

โดย 1 ในกลุ่มผู้ขับขี่ประสบอุบัติเหตุเฉี่ยวชนจนได้รับบาดเจ็บและต้องถูกนำส่งโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่จึงขยายผลจากพยานหลักฐานและภาพกล้องวงจรปิดตลอดเส้นทาง กระทั่งวันที่ 7 เม.ย.69 ผู้ต้องหาทั้งหมด เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา “ร่วมกันแข่งรถในทางโดยไม่ได้รับอนุญาต และขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น”

ต่อมา ศาลแขวงดอนเมืองได้มีคำพิพากษาต่อผู้ต้องหาในกลุ่มผู้ใหญ่ 4 คน ตัดสินจำคุก 1 เดือน และปรับคนละ 10,000 บาท (โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี)  ให้รายงานตัว 4 ครั้ง และทำงานบริการสังคมเป็นเวลา 24 ชั่วโมง สั่งห้ามออกจากที่อยู่อาศัยในช่วงเวลา 22.00 – 04.00 น. เป็นเวลา 15 วัน โดยต้องติดตั้งกำไลติดตามตัว (EM) สั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของจำเลยที่ 1 และ 3 เป็นเวลา 180 วัน และสั่งริบรถจักรยานยนต์ของกลางทั้งหมด 6 คัน ให้ตกเป็นของแผ่นดิน ในส่วนของ เด็กและเยาวชนอีก 5 ราย เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวไปยังสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง