วิกฤตประมง ! น้ำมันพุ่ง-แรงงานหาย เรือจอดท่ากว่า 70% ผู้ประกอบการแบกต้นทุนไม่ไหว
วันนี้ (10 เม.ย. 69) สถานการณ์ภาคประมงจังหวัดตราด กำลังเผชิญวิกฤตครั้งใหญ่ หลังราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ส่งผลให้เรือประมงจำนวนมากต้องจอดเทียบท่า ไม่สามารถออกทำการประมงได้
จากการลงพื้นที่พบว่า บริเวณแม่น้ำตราดและพื้นที่ชายฝั่งหลายแห่ง มีเรือประมงจอดนิ่งเป็นจำนวนมาก คิดเป็นสัดส่วนกว่า 70% ของเรือที่ขึ้นทะเบียนทั้งหมด บรรยากาศเป็นไปอย่างซบเซา โดยเฉพาะที่คานเรือวสันต์สมุทร ต.วังกระแจะ อ.เมือง จ.ตราด พบเรือขึ้นคานซ่อมบำรุงเต็มพื้นที่
นายชานนท์ ภาสุรเลิศสกุล ผู้ประกอบการเรือประมง เปิดเผยว่า ธุรกิจได้รับผลกระทบอย่างหนักจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงเกือบเท่าตัว ปัจจุบันมีเรือทั้งหมด 4 ลำ แต่ต้องหยุดวิ่งทั้งหมด เนื่องจากไม่สามารถแบกรับต้นทุนได้ โดยเรือ 1 ลำใช้น้ำมันประมาณ 7,000 - 8,000 ลิตรต่อเดือน ขณะที่ราคาสัตว์น้ำกลับไม่เพิ่มขึ้นตามต้นทุน
“ช่วงนี้ไม่ได้ออกเรือเลย เพราะยิ่งออกก็ยิ่งขาดทุน แต่ก่อนยังมีน้ำมันเขียวในทะเลที่ราคาถูกกว่า ตอนนี้ไม่มีแล้ว ต้องซื้อน้ำมันบนฝั่งแทน ทำให้ต้นทุนยิ่งสูงขึ้น” นายชานนท์กล่าว
ด้านนายณรงค์ ชัยศิริ นายกสมาคมการประมงจังหวัดตราด ระบุว่า ปัจจุบันเรือประมงในจังหวัดกว่า 70% หยุดทำการประมงแล้ว โดยมีสาเหตุหลักจากราคาน้ำมันสูงถึง 80% ของปัจจัยทั้งหมด ประกอบกับปัญหาขาดแคลนแรงงาน
สำหรับเรืออวนล้อมปลากะตัก 1 ลำ ต้องใช้แรงงานประมาณ 40 คน และใช้น้ำมันสูงถึง 30,000-35,000 ลิตรต่อเดือน หากราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นเกือบ 30 บาทต่อลิตร จะทำให้ต้นทุนพุ่งขึ้นถึงหลักล้านบาท ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำนวนมากตัดสินใจจอดเรือเพื่อรอสถานการณ์คลี่คลาย นอกจากนี้ ปัญหาน้ำมันเขียวในทะเลที่เคยมีราคาถูก ปัจจุบันกลับมีราคาสูงกว่าน้ำมันบนฝั่ง ทำให้ผู้ประกอบการต้องหันมาใช้น้ำมัน B20 แทน
แม้เรือจะจอด แต่ผู้ประกอบการยังต้องแบกรับค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง ทั้งค่าจอดเรือ ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าซ่อมบำรุง ซึ่งไม่สามารถประเมินตัวเลขที่แน่นอนได้ ขณะที่ผู้ประกอบการกว่า 80% ไม่มีอาชีพเสริม ต้องรอให้สถานการณ์ดีขึ้นเพียงอย่างเดียว อีกหนึ่งปัญหาสำคัญคือแรงงาน โดยส่วนใหญ่เป็นแรงงานชาวกัมพูชา ที่เดินทางกลับประเทศและไม่สามารถกลับเข้ามาทำงานในไทยได้ ส่งผลให้เมื่อสถานการณ์ฟื้นตัว อาจยังเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงานต่อเนื่อง
นายณรงค์ ยังเรียกร้องให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือ โดยเฉพาะการพยุงราคาสัตว์น้ำให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงควบคุมการนำเข้าสินค้าประมงจากต่างประเทศ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันได้ “อยากให้ทุกฝ่ายช่วยกันประคับประคองสถานการณ์ และขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประกอบการประมงทุกคน อดทนและสู้ต่อไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย” นายณรงค์ กล่าวทิ้งท้าย