ข่าวเย็นประเด็นร้อน - แม่ค้าขายโจ๊ก ถูกแก๊งคอลเซนเตอร์หลอกให้ไปซื้อโทรศัพท์ใหม่ เพื่อเปิดกล้องข่มขู่ ก่อนส่งเพื่อนร่วมแก๊งมาเอาเงินและทองคำถึงบ้าน
วงจรปิดบ้านพักแม่ค้าโจ๊ก อายุ 67 ปี บันทึกภาพคนร้ายแก๊งคอลเซนเตอร์ อ้างเป็นตำรวจมารับเงินสด 500,000 บาท และทองคำหนัก 6 บาท ถึงหน้าบ้านพัก ซึ่งทรัพย์สินส่วนนี้ลูกชายผู้เสียหาย เตรียมไว้สู่ขอเจ้าสาวในวันวิวาห์
ก่อนขึ้นรถหลบหนีไป เหตุเกิดวันที่ 5 เมษายน เวลา 15.00 น. หลังเกิดเหตุเมื่อลูกชายทราบเรื่องต้องผิดหวังที่แม่เชื่อคนร้ายนำเงินเก็บไปให้ตรวจสอบ แต่สะเทือนใจยิ่งกว่า เพราะแม่พูดว่า "อยากฆ่าตัวตาย" แม่ที่ผ่านความลำบากมาทั้งชีวิต แต่ก็ไม่เคยเอ่ยคำนี้ ลูกชายจึงพาแม่ไปแจ้งความกับตำรวจ สน.หลักสอง แต่ผ่านมา 5 วัน คดีไม่คืบหน้า ตัดสินใจร้องตำรวจกองปราบ
พฤติการณ์คดีนี้แก๊งคอลเซนเตอร์พุ่งเป้าไปที่ผู้สูงอายุที่ฐานะดี แต่ไม่ได้ใช้โทรศัพท์รุ่นใหม่ โทรฯ มาอ้างว่ามีคนใช้ชื่อไปเบิกจ่ายยา ที่โรงพยาบาลขอนแก่น แต่ไม่ต้องเดินทางจะมีตำรวจไปหาที่บ้าน แต่แล้วจู่ ๆ ก็อ้างว่ามีบัญชีเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด
ระหว่างนั้นแก๊งคอลเซนเตอร์ก็ชวนคุย จน 1 ในคนร้ายมาหาถึงบ้าน แก๊งคอลเซนเตอร์ที่อยู่ในสายฯ บอกผู้เสียหาย ให้นำเงินและทองคำส่งให้เพื่อนร่วมแก๊งนำไปตรวจสอบ แล้วบอกว่าไม่เกิน 3 ชั่วโมงจะนำทรัพย์สินมาคืน แต่เมื่อถึงเวลากลับบอกว่าชายคนที่เอาทรัพย์สินไปเป็นตำรวจโกง เพิ่งโดนปลด ก่อนวางสายไป
ทีมข่าว 7HD สอบถาม พันตำรวจเอก เลิศศักดิ์ เขียมทรัพย์ ผู้กำกับการ สน.หลักสอง บอกว่า เวลานี้ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบคนร้ายนั่งรถแท็กซี่มาจอดก่อนถึงบ้านผู้เสียหาย และหลังเกิดเหตุก็ขึ้นรถแท็กซี่คันเดียวกันหลบหนีไป
ด้าน พลตำรวจตรี ศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 บอกว่า การกวาดล้างบัญชีม้าอย่างเข้มงวด ทำให้แก๊งคอลเซนเตอร์จึงเปลี่ยนวิธี เป็นการส่งมอบเงินสดแทน ทั้งส่งคนมา หรือว่าจ้างคนบริสุทธิ์ให้มารับสิ่งของ เพื่อนำไปวางอีกจุดหนึ่ง ก่อนจะส่งคนมารับช่วงต่อ
ลักษณะการส่งมอบเงินเป็นทอดของแก๊งคอลเซนเตอร์ คล้ายกับการส่งยาเสพติด บางครั้งคนรับของก็ไม่ได้พบหน้ากันโดยตรง และไม่รู้จักกันมาก่อน เพื่อทำให้ตำรวจยากต่อการขยายผลติดตามจับกุม ส่วนทรัพย์สินก็นำไปแปรสภาพเป็นทองคำ
ตำรวจ ฝากย้ำ ไม่มีนโยบายนำเงินหรือทรัพย์สินของประชาชนไปตรวจสอบ หากพบคนขอให้ส่งทรัพย์สินให้รู้ได้ทันทีว่าเป็น "มิจฉาชีพ"