เชียงใหม่-เชียงราย ยังจมฝุ่น PM2.5

View icon 18
วันที่ 11 เม.ย. 2569 | 05.07 น.
สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์
แชร์
สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ - ใครไปเที่ยวสงกรานต์ภาคเหนือ-ภาคอีสาน ยังต้องระวังอันตรายจากฝุ่น PM2.5 เพราะการระบายอากาศยังไม่ดี และพบจุดความร้อนจากไฟป่าต่อเนื่อง

เชียงใหม่-เชียงราย ยังจมฝุ่น PM2.5
สถานการณ์ไฟป่าในจังหวัดเชียงใหม่ ยังหนักหน่วง พบจุดความร้อนหรือไฟป่าจำนวนมาก โดยตลอดทั้งวันของเมื่อวาน (10 เม.ย.) พบจุดความร้อน 143 จุด มากสุดที่ อำเภอเชียงดาว 53 จุด ส่วนความเสียหาย ไฟป่าได้เผาทำลายป่าไปแล้วหลายล้านไร่ และยังทำให้ฝุ่น PM2.5 ในจังหวัดเชียงใหม่ สูงเกิน 150 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงาน ไม่เว้นกระทั่งพระ ระดมกำลังออกดับไฟป่าอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย โดยคาดว่าสถานการณ์หมอกควันไฟป่าจะเริ่มคลี่คลายช่วงหลังสงกรานต์

ส่วนเจ้าหน้าที่หน่วยเฝ้าระวังไฟที่ 6 (มูเซอผาฮี้) และหน่วยเฝ้าระวังไฟที่ 10 (ดอยช้างมูบ) นำรถบรรทุกน้ำขนาด 1,000 ลิตร ไปเฝ้าระวังไฟป่าบนถนนเลียบชายแดน หลังได้รับแจ้งว่า ชาวบ้านฝั่งท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา อยู่ตรงข้ามบ้านมูเซอผาฮี้ ตำบลโป่งงาม อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ได้จุดไฟเผาเศษวัชพืชในพื้นที่เพาะปลูก อาจทำให้ไฟลุกลามเข้ามาฝั่งไทย

อย่างไรก็ตาม คุณภาพอากาศที่อำเภอแม่สาย เป็นสีแดง มีผลกระทบต่อสุขภาพ มาตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม - 8 เมษายน หลังจากเกิดฝนตกในพื้นที่ คุณภาพอากาศลดระดับเป็นสีส้ม จากนั้นวันที่ 9-10 เมษายน ฝั่งเมียนมาได้จุดไฟเผาวัชพืช สร้างความกังวลให้ชาวแม่สาย กลัวค่าฝุ่นจะกลับมาเป็นสีแดงอีกครั้ง 

ส่วนไฟป่าภาคอีสาน เช่น เทือกเขาภูพาน ภายในเขตอุทยานแห่งชาติภูผายล จังหวัดสกลนคร พบไฟป่าปะทุตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน บริเวณใกล้กับวัดดอยธรรมเจดีย์ ซึ่งเป็นจุดที่ไฟลุกลามเป็นวงกว้าง ส่งผลให้มีหมอกควันและฝุ่น PM2.5 พุ่งสูงอยู่ในเกณฑ์สีแดงหนาแน่นใน 2-3 อำเภอ

เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ร่วมกับฝ่ายปกครอง ระดมกำลังสกัดไฟป่าทั้งวันทั้งคืน กระทั่ง 03.00 น. ของเมื่อวาน (10 เม.ย.) สามารถควบคุมไฟป่าไว้ได้ พบความเสียหายเฉพาะจุดนี้ 466 ไร่

ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร เผยผลตรวจสอบ พบหลักฐานชัดเจนว่าไฟป่าครั้งนี้ เกิดจากฝีมือมนุษย์จุดไฟเพื่อเอารังผึ้ง จึงสั่งการให้ฝ่ายปกครองเฝ้าระวังทางขึ้นเขาอย่างเข้มงวด ป้องกันการเผาซ้ำ

ไฟเผาพื้นที่ป่าวอดกว่า 2 พันไร่ จ.ชัยภูมิ
จังหวัดชัยภูมิ พบจุดความร้อน 168 จุด ครอบคลุม 16 อำเภอ มีพื้นที่ป่าถูกไฟเผาเสียหายไม่น้อยกว่า 2,000 ไร่ โดยพื้นที่อำเภอเมือง พบควันไฟปกคลุมผิวจราจร ผู้ขับขี่รถต้องใช้ความระมัดระวัง ขณะเดียวกัน ดัชนีคุณภาพอากาศ AQI ของเมื่อวาน อยู่ที่ระดับ 144 จัดอยู่ในเกณฑ์สีส้ม มีผลกระทบต่อกลุ่มเสี่ยง

ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ฝากบอกชาวบ้าน หากเห็นไฟป่าให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าควบคุม ป้องกันการลุกลามขยายวงกว้าง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง