'เอกนัฏ' คาดสามารถปรับราคาน้ำมันหน้าปั๊มได้ระดับหนึ่ง ลั่น ความแน่นอน คือความไม่แน่นอน ต้องดูสถานการณ์ตลาดโลก เตรียมคุยโรงกลั่น เพื่อลดราคา สงกรานต์ “รมว.พลังงาน” ไม่หยุด มี 2 ภารกิจสำคัญ “เตรียมน้ำมันให้พอ-ติดตามราคาตลาดโลก” มองหากกองทุนน้ำมัน บริหารสภาพคล่องได้ ไม่จำเป็นออก พ.ร.ก.ค้ำประกันเงินกู้กองทุน
(11 เม.ย. 69) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เผยถึงสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในขณะนี้ว่า ดีขึ้นกว่าเดิม จากที่เคยขาดทุนมากสุดวันละ 2,500 ล้านบาท ตอนนี้อยู่ที่วันละประมาณ 400-500 ล้านบาท เป็นระดับที่สามารถบริหารจัดการได้
ส่วนประเด็น ราคาน้ำมันจะลดลงอีกหรือไม่ นายเอกนัฏ เผยว่า จะพิจารณาให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยขณะนี้สถานการณ์สู้รบในพื้นที่ตะวันออกกลางเป็นข่าวดี ที่ตอนนี้กำลังมีการเจรจากัน แต่ผลการเจรจายังไม่แน่นอน ซึ่งล่าสุดราคาน้ำมันดิบราคาลดลงไปเล็กน้อย ส่วนน้ำมันสำเร็จรูป เช่น น้ำมันดีเซลที่ตลาดสิงคโปร์ 4-5 วันที่ผ่านมามีการปรับราคาลดลงจาก 300 เหรียญ เหลือ 200 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งคาดว่า น่าจะสามารถปรับราคาหน้าปั๊มลงได้ในระดับหนึ่ง
ส่วนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ระหว่างวันที่ 10 - 16 เมษายนนี้มีโอกาสที่น้ำมันจะลดลงหรือไม่ นายเอกนัฏ กล่าวว่า มีภารกิจอยู่ 2 ภารกิจ คือ การติดตามให้มีน้ำมันใช้เพียงพอใช้เพียงพอในช่วงสงกรานต์ รวมไปถึงการสรรหาน้ำมันดิบมาสำรองไว้ให้ได้มากที่สุดในประเทศ เพื่อรองรับสถานการณ์หากมีการบานปลาย และภารกิจที่สอง คือการติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลก และสถานการณ์ความไม่แน่นอนในพื้นที่ตะวันออกกลาง เพื่อที่จะประเมินสถานการณ์ว่า ราคาน้ำมันจะเป็นอย่างไร ซึ่งกองทุนน้ำมันสามารถทำหน้าที่ได้คือ การประเมินสถานการณ์ เพราะหาก ราคาตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น ลงหรือลง ในที่สุดก็ต้องมีการปรับราคาตาม
ส่วนเรื่องมีน้ำมันใหม่มาเติมเท่าไหร่ นายเอกนัฏ ระบุว่า เท่าที่ดูในช่วงเดือนเมษายนมาตามคิว ส่วนเดือนพฤษภาคม สามารถสัญญาว่าอยู่ได้ทั้งเดือน ขณะที่เดือนมิถุนายนเริ่มมีการสั่งซื้อ และสัญญาในเรื่องนี้ มีการติดตามรายละเอียดทุกวัน แต่ความแน่นอนคือ ความไม่แน่นอน เพราะหากสถานการณ์ปะทุขึ้นมา แม้ว่าจะสั่งซื้อน้ำมันดิบจากต่างประเทศมาแล้ว หรือรออยู่บนเรือก็ทำให้ไม่แน่ใจว่า จะมีใครมาประมูลซ้อนใส่ War Premium ช่วงชิงไปหรือไม่ เพราะฉะนั้นต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง
ส่วนการหาน้ำมันเพิ่มเติมนอกจากรัสเซีย และแอฟริกาแล้ว จะมีการหาแหล่งอื่นเพิ่มเติมหรือไม่ นายเอกนัฏกล่าวว่า เดิมทีเราไม่ได้ซื้อน้ำมันจากพื้นที่นี้อยู่แล้ว แต่ซื้อมาจากมาจากหลายแหล่งหลายประเทศ แต่ต้องดูความเหมาะสม ไม่ใช่แค่ว่า ดูคุณภาพน้ำมันดี หรือไม่ดี ความหนักรวมไปถึงความหนัก ความเบาความหวาน ความเปรี้ยวของน้ำมัน หรือสัดส่วนของกำมะถัน เป็นอย่างไร ซึ่งจะต้องมีความเหมาะสมกับกระบวนการ ผลิตของการกลั่นในประเทศไทยด้วย ซึ่งจะต้องดูทั่วโลก ความจำเป็นหากมีความจำเป็นจึงต้องใช้ช่องทางต้องใช้ช่องทางของกระทรวงการต่างประเทศ ในการสั่งซื้อน้ำมันแบบรัฐต่อรัฐ อย่างไรก็ตามในขณะนี้รวมกันสามารถสั่งซื้อน้ำมันดิบ มาได้ตามกำหนด
ส่วนกรณีที่จะไม่ค้ำประกันเงินกู้ของกองทุนน้ำมัน นายเอกนัฏ กล่าว อยู่ที่สถานะการเงินกองทุนน้ำมัน ซึ่งก่อนวิกฤติสถานะกองทุนเป็นบวก แต่ช่วงวิกฤต จนถึงวันนี้สถานะกองทุนติดลบ เกือบ 60,000 ล้านบาท ช่วงหนักสุดซึ่งช่วงวิกฤตหนักสุดขาดทุนวันละ 2,500 ล้านบาท แต่วันนี้สถานะดีขึ้นขาดทุนหลักร้อยล้านบาทต่อวัน หากกองทุนสามารถหาแหล่งเงินกู้ได้ และบริหารสภาพคล่องเองคงไม่จำเป็นต้องออก พ.ร.ก. กู้เงินเพื่อให้ อำนาจกระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ของกองทุนน้ำมัน แต่ถ้ามีความจำเป็นก็มีการเตรียมพร้อมรอไว้
กรณีจะมีการเรียกโรงกลั่นเข้ามาพูดคุยค่าการกลั่นอีกหรือไม่ นายเอกนัฏ เผยว่า ได้เตรียมไว้อยู่แล้ว ซึ่งตอนนี้ได้เตรียมไว้หลายกลไกในการพยุงราคาน้ำมัน ไม่ใช่ เฉพาะกองทุนอย่างเดียว รวมไปถึงให้โรงกลั่นลดราคาหน้าโรงงานด้วย การแสดงความรับผิดชอบ และแบ่งเบาภาระราคา ในส่วนนี้จะมีการพิจารณาเป็นรอบ ๆ เพราะราคาค่าการกลั่นก็มีขึ้นลงตามสถานการณ์ ต้องดูตัวเลขจริงว่า ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมีเท่าไหร่ ช่วงเดือนมีนาคมได้มีการประเมินว่า ตัวเลขทั้งเดือนค่าการกลั่นอยู่ที่ราว 2 บาท ซึ่งเป็นส่วนลดราคาอ้างอิงจากสิงคโปร์