ผู้แทนสหรัฐฯ และผู้แทนอิหร่าน เดินทางถึงกรุงอิสลามาบัด ของปากีสถาน แล้ว เพื่อเตรียมเจรจาสันติภาพ หลังการสู้รบยาวนานกว่า 6 สัปดาห์
คณะผู้แทนสหรัฐฯ นำโดย เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ และรวมถึง สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของทรัมป์ เดินทางมาถึงฐานทัพอากาศในกรุงอิสลามาบัด ของปากีสถาน แล้วด้วยเครื่องบิน 2 ลำ ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (11 เม.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น
โดยก่อนเดินทางออกมาจากกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า เขาตั้งตารอการเจรจาที่จะเกิดขึ้นและหวังว่าจะเป็นไปในทิศทางที่ดี ซึ่งหากอิหร่านเต็มใจที่จะเจรจาด้วยความจริงใจ สหรัฐฯ ก็พร้อมที่จะยื่นมือออกไป แต่ถ้าอิหร่านคิดจะเล่นเกม ทีมเจรจาของสหรัฐฯ ก็จะไม่รับฟังเช่นกัน
ขณะที่ คณะผู้แทนอิหร่าน นำโดย โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภา และอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ รวมทั้งเจ้าหน้าที่รัฐสภา, เจ้าหน้าที่กองทัพ และเจ้าหน้าที่ด้านเศรษฐกิจ เดินทางถึงกรุงอิสลามาบัด แล้วตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา (10 เม.ย.) ก่อนเดินทางต่อไปยังโรงแรมที่จะใช้เป็นสถานที่เจรจาแก้ไขความขัดแย้งกับสหรัฐฯ และอิสราเอล อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยถึงเวลาที่แน่ชัด ซึ่งสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า ผู้แทนอิหร่านจะเข้าพบกับนายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟ แห่งปากีสถาน ในวันนี้ เพื่อกำหนดช่วงเวลาและวิธีการเจรจาที่เป็นไปได้
ก่อนหน้านี้ ประธานรัฐสภาอิหร่าน กล่าวว่า การหยุดยิงในเลบานอนต้องเกิดขึ้นก่อนที่การเจรจาจะเริ่มต้นขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความไม่แน่นอนและความซับซ้อนของการเจรจาครั้งนี้
ด้านทำเนียบขาวไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นใด ๆ เกี่ยวกับข้อเรียกร้องของอิหร่าน แต่ทรัมป์โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียว่า ดูเหมือนอิหร่านจะไม่รู้ตัวว่าพวกเขาไม่มีไพ่อยู่ในมือ และเหตุผลเดียวที่อิหร่านยังมีชีวิตอยู่ก็เพื่อเจรจาข้อตกลง
ส่วนที่กรุงอิสลามาบัด มีการเพิ่มกำลังรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยมีการล็อกดาวน์ศูนย์กลางเมืองหลวง และประกาศวันหยุด พร้อมจัด "พื้นที่สีแดง" หรือ "เรดโซน" ระยะทางราว 3 กิโลเมตร บริเวณโดยรอบโรงแรมที่จะจัดเจรจาสันติภาพ ซึ่งคาดว่าการเจรจาในวันนี้จะมุ่งเน้นไปที่การขยายเวลาหยุดยิงออกไปเกินกว่า 2 สัปดาห์ และการลดความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง