ชาวบ้านนครพนม ตั้งคำถาม “จะจับตอนกี่โมง” ผู้ลอบเผาตอซังข้าว เดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า ค่าฝุ่นแตะ 150 มคก./ลบ.ม.
วันนี้ (12 เม.ย.69) วานนี้ เวลา 21.30 น. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากประชาชนในเขตเทศบาลตำบลนาแกและพื้นที่ใกล้เคียง ว่ากำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากปัญหากลิ่นควันไฟและฝุ่นละอองที่ลอยปกคลุมชุมชน จึงลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง
บริเวณพื้นที่เกิดเหตุอยู่บริเวณทางขึ้น วัดป่าภูพานอุดมธรรม (วัดดานสาวคอย) เขตพื้นที่บ้านดานสาวคอย หมู่ที่ 12 ตำบลนาแก อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม พบเปลวไฟกำลังลามไหม้ป่าเป็นวงกว้าง แสงเพลิงมองเห็นได้ชัดเจนในความมืด ส่งผลให้เกิดกลุ่มควันหนาทึบและเขม่าควันพัดเข้าสู่ตัวอำเภอนาแก
จากการตรวจสอบพบว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของ หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติภูผายลที่ ภย.5 (ถ้ำพระเวส) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช แต่จากการสำรวจในขณะเกิดเหตุ กลับไม่พบเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานใดอยู่ในพื้นที่ เพื่อทำการเฝ้าระวังหรือระงับเหตุเพลิงไหม้แต่อย่างใด
ชาวบ้านในพื้นที่รายหนึ่งเปิดเผยว่า ชาวบ้านต้องทนสูดดมมลพิษจากไฟไหม้ป่าครั้งนี้มานานหลายวันแล้ว แต่ยังไม่เห็นมีการดำเนินการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งไม่แน่ชัดว่าต้นเพลิงเกิดจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดตามธรรมชาติ หรือเกิดจากฝีมือมนุษย์ที่เข้าไปลักลอบเผาเพื่อหวังผลประโยชน์บางอย่าง
"ตอนนี้เดือดร้อนมาก หายใจลำบาก ฝุ่นควันเต็มบ้านไปหมด อยากวิงวอนไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม หรือหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ให้เร่งเข้ามาบริหารจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แต่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนและสิ่งแวดล้อมในระดับประเทศ"
ขณะรายงานข่าวกลุ่มควันยังคงมีแนวโน้มขยายตัวตามทิศทางลม ชาวบ้านจึงเรียกร้องให้หน่วยงานต้นสังกัดและผู้มีอำนาจเร่งสั่งการให้ชุดดับไฟป่าเข้าควบคุมสถานการณ์โดยเร่งด่วน เพื่อบรรเทาทุกข์ให้กับประชาชนก่อนที่สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่จะวิกฤตไปมากกว่านี้
โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม (สสจ.นครพนม) ได้รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศ PM2.5 ประจำวันที่ 12 เมษายน 69 ว่า มีค่า 148.8 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) มีผลต่อสุขภาพ แนะนำงดการออกกำลังกายกลางแจ้ง ส่วนกลุ่มเสี่ยงเช่น เด็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว ไม่ควรออกจากบ้าน
ล่าสุด ชาวจังหวัดนครพนมเกิดความหวาดระแวง ผู้ที่ลอบจุดไฟเผาป่า ส่วนมากเป็นเกษตรกรชาวนาที่จุดเผาตอซังข้าว เพราะมีการลอบจุดในหลายอำเภอ บางครั้งก็ทำให้ทรัพย์สินคนอื่นเสียหาย เช่น เมื่อวันที่ 7 เมษายน ที่บ้านหนองบัว ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม เกิดเหตุเพลิงไหม้รถกระบะสีขาวจอดทิ้งไว้ ได้รับความเสียหายทั้งคัน เหตุเกิดจากจุดไฟเผาตอซังข้าว มีไฟลามทุ่งลมพัดมาทางรถที่จอดอยู่ วันถัดมาก็ลอบจุดอีกหลายจุด จึงมีคำถามไปถึงผู้รักษากฎหมาย ว่า จะจับผู้กระทำความผิดกี่โมง
ทั้งนี้ การเผาตอซังข้าวมีความผิดตามกฎหมายหลายฉบับ ได้แก่ พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 การเผาตอซังข้าวก่อให้เกิดเหตุรำคาญ (กลิ่น ควัน เขม่า) หากฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานให้ระงับการเผา มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ประมวลกฎหมายอาญา (มาตรา 220) หากการเผาลุกลามหรือ "น่าจะ" เป็นอันตรายต่อบุคคลอื่นหรือทรัพย์สิน (เช่น บ้านเรือนข้างเคียง) มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ