สหรัฐฯ อิหร่าน ยังไม่บรรลุข้อตกลง หลังเจรจานาน 21 ชม. เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เผย นี่ถือเป็นข่าวร้ายสำหรับอิหร่านมากกว่าสหรัฐฯ
(12 เม.ย.69) เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผย ว่า คณะตัวแทนเจรจาของสหรัฐฯ กำลังเดินทางออกจากประเทศปากีสถาน หลังจากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับทางการอิหร่านได้ หลังจากหารือนาน 21 ชั่วโมง ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ ต้องเผชิญกับความเสี่ยง
เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า นี่ถือเป็นข่าวร้ายสำหรับอิหร่านมากกว่าสหรัฐฯ รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ชี้แจงอย่างชัดเจนแล้วว่าสิ่งไหนที่เราผ่อนปรนให้ได้ และสิ่งไหนที่ไม่ได้
ผู้สื่อข่าว ถามว่าเงื่อนไขใดที่ทางอิหร่านปฏิเสธ เจดี แวนซ์ ตอบว่า ผมคงไม่ลงรายละเอียดทั้งหมด เพราะผมไม่อยากยกเรื่องที่เจรจาในที่ลับตลอด 21 ชั่วโมงมาพูดคุยกันในที่สาธารณะ แต่ความจริงที่เรียบง่ายคือ เราจำเป็นต้องเห็นคำมั่นสัญญาที่ชัดเจนว่าพวกเขาจะไม่แสวงหาอาวุธนิวเคลียร์ และจะไม่แสวงหาเครื่องมือที่จะช่วยให้พวกเขาผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้อย่างรวดเร็ว และ ไม่ใช่แค่ตอนนี้ ไม่ใช่แค่ในอีก 2 ปีข้างหน้า แต่ในระยะยาว ซึ่ง เรายังไม่เห็นสิ่งนั้น และ หวังว่าจะได้เห็น
เจดี แวนซ์ ย้ำว่าฝ่ายสหรัฐฯ มีความยืดหยุ่นและพยายามเจรจาด้วยความจริงใจตามคำสั่งของประธานาธิบดี แต่ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ หลังจากนี้ก็ต้องรอดูว่าทางอิหร่านจะยอมรับมันหรือไม่
ขณะที่ทางฝั่งอิหร่าน โดยสำนักข่าวทัสนิมรายงานว่าความต้องการที่ "เกินกว่าเหตุ" ของสหรัฐฯ คืออุปสรรคสำคัญที่ทำให้การเจรจาต้องสิ้นสุดลง แม้ว่าก่อนหน้านี้รัฐบาลอิหร่านจะระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดียว่าการหารือจะยังคงดำเนินต่อไปในระดับเทคนิคก็ตาม
เอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ก็ได้ออกมาโพสต์โซเชียลมีเดียถึงการเจรจาหยุดยิงกับสหรัฐฯ ว่า คณะผู้เจรจาของอิหร่านทำทุกอย่างเต็มที่เพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของอิหร่าน มีการหารือกันหลายประเด็น รวมถึง ช่องแคบฮอร์มุซ โครงการนิวเคลียร์ ค่าชดเชยสงคราม การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร และการยุติสงครามในภูมิภาคอย่างถาวร
ความสำเร็จของการเจรจาทางการทูตครั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความจริงจังและความจริงใจของฝ่ายตรงข้าม ต้องไม่เรียกร้องเงื่อนไขที่มากเกินไป และยอมรับสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายของอิหร่าน
ทั้งนี้ การพบกันที่กรุงอิสลามาบัดถือเป็นการเจรจาโดยตรงระหว่าง 2 ประเทศครั้งแรกในรอบกว่าทศวรรษ และเป็นการหารือระดับสูงสุดนับตั้งแต่เกิดการปฏิวัติอิสลามในปี 1979 ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดและการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดในปากีสถาน ซึ่งคณะตัวแทนจากอิหร่านได้สวมชุดดำเพื่อไว้อาลัยแก่ อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดที่เสียชีวิตในสงคราม และยังได้นำสิ่งของของนักเรียนที่เสียชีวิตจากการโจมตีโรงเรียนโดยสหรัฐฯ มาแสดงในที่ประชุมอีกด้วย