วีระพงษ์ ประภา ลาออกจาก ปชป. รับตำแหน่งผู้แทนการค้าไทย

วีระพงษ์ ประภา ลาออกจาก ปชป. รับตำแหน่งผู้แทนการค้าไทย

View icon 61
วันที่ 12 เม.ย. 2569 | 17.00 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
บทบาทไหนก็ไม่สำคัญเท่ากับการพาประเทศไทยเดินหน้าไปให้ได้ในภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤตเช่นนี้ วีระพงษ์ ประภา ลาออกจากรองหัวหน้าพรรค ปชป. รับตำแหน่งผู้แทนการค้าไทย เชื่อจะเกิดประโยชน์กับคนไทย ยืนยันอุดมการณ์ไม่เคยเปลี่ยน

วันนี้ (12 เม.ย.69) อาร์ท วีระพงษ์ ประภา แจ้งว่า ได้ลาออกจากตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ความจริง กระบวนการทั้งหมดตรงไปตรงมากับทุกฝ่าย แต่เนื่องจากที่ปรากฏในสื่อ มีการตีความคาดเดาไปมากมาย ผมจึงอยากชี้แจ้งข้อเท็จจริง ดังนี้

1 เหตุผลที่ลาออก เพราะได้รับการทาบทามให้ไปดำรงตำแหน่งผู้แทนการค้าไทย โดยรับผิดชอบงานเจรจาการค้ากับสหภาพยุโรป งานนี้ตนทำมาตั้งแต่เป็นผู้แทนการค้าไทยในรัฐบาลที่แล้ว และอยากจะทำต่อเนื่องให้สำเร็จ เพราะเชื่อว่าจะเกิดประโยชน์กับคนไทยได้มาก การเจรจานี้ดำเนินการมาหลายรัฐบาล ความต่อเนื่องจึงมีความสำคัญมาก
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผู้แทนการค้าไทยขับเคลื่อนงานให้รัฐบาล จึงอาจไม่สอดคล้องกับบทบาทของพรรคประชาธิปัตย์ที่ปัจจุบันอยู่ในฐานะตรวจสอบรัฐบาล ผมจึงขอลาออกจากการเป็นรองหัวหน้าพรรค เพื่อให้การทำงานมีความโปร่งใส และตรงไปตรงมา

2 แม้บทบาทจะเปลี่ยนไป แต่อุดมการณ์ของคนไม่เคยเปลี่ยน ตนเข้าร่วมพรรคประชาธิปัตย์ เพราะประทับใจและเห็นตรงกับความคิดของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่อยากจะพัฒนาเศรษฐกิจไทยด้วยการเจรจาการค้าที่ทันโลก เที่ยงธรรม และเกิดผลจริง ตนยึดถืออุดมการณ์นี้มาโดยตลอด ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

ในช่วงหาเสียงที่ผ่านมา ตนได้ให้สัญญาไว้ว่าจะร่วมผลักดันการเจรจาการค้าให้สำเร็จ เมื่อได้มีโอกาสเข้าไปทำให้สัญญากลายเป็นความจริง ตนจึงตัดสินใจรับทำงานนี้ และวันนี้ไปในฐานะคนทำงาน ไม่ได้ยึดโยงกับพรรคการเมืองใด

“สำหรับผู้ที่สนับสนุนผมในบทบาทของพรรค ปชป. ถ้าท่านสนับสนุนผม เพราะเห็นว่าผมเป็นคนรุ่นใหม่ที่จะช่วยขับเคลื่อนประเทศนี้ได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ผมยังยืนยันว่า ผมยังเป็นอาร์ทคนเดิม ไม่เคยเปลี่ยนแปลง”

3 เรื่องกระบวนการซึ่งเป็นที่กล่าวถึงกันเป็นพิเศษ ขอเรียนว่า เมื่อตนได้รับการทาบทามอย่างเป็นทางการจากนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ตนในฐานะรองหัวหน้าพรรค ได้รีบเรียนหารือกับนายอภิสิทธิ์โดยไม่รอช้า ถึงการตอบรับและกระบวนการภายในพรรค โดยมีการติดต่อประสานงานอย่างต่อเนื่องและตรงไปตรงมา เพื่อความโปร่งใสและเป็นการเคารพในหน้าที่บทบาทของทุกฝ่าย ตนมั่นใจว่าทุกท่านต่างรักษากติกามารยาททางการเมือง โดยมีผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลักยึดที่สำคัญ

สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณหัวหน้าอภิสิทธิ์ ที่ให้การสนับสนุนการทำงานด้วยดีเสมอมา วิสัยทัศน์ ความสามารถ และความซื่อสัตย์สุจริตของท่านเป็นสิ่งที่ผมยึดเป็นแบบอย่าง นอกจากนี้ ขอบคุณกรรมการบริหารพรรค สมาชิกพรรค และผู้สนับสนุนทุกท่านที่ให้พลังใจมาโดยตลอด ในวันนี้ แม้ตนจะไม่ได้ทำหน้าที่รองหัวหน้าพรรค ปชป. แล้ว แต่หวังว่าทุกท่านจะร่วมเดินทางกับผมต่อไป เพราะบทบาทไหนก็ไม่สำคัญเท่ากับการพาประเทศไทยเดินหน้าไปให้ได้ในภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤตเช่นนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง