เช้านี้ที่หมอชิต - คดีคนร้ายลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.เขต 5 จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ เมื่อวันที่ 20 มีนาคม หน้าบ้านพักในอำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส มีความคืบหน้าครั้งสำคัญ หลังฝ่ายความมั่นคง ตั้งโต๊ะแถลงข่าวความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่อง "รถหลวง"
เริ่มกันที่เรื่องคดีกันก่อน เพราะล่าสุดมีรายงานข่าวว่า เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัว นายธนภัทร สงวนนามสกุล หนึ่งในมือปืนที่ถูกออกหมายจับ โดยสามารถจับกุมได้ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ขณะกำลังหลบหนี ตอนนี้กำลังขยายผล
ทำให้คดีนี้ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 4 คน ส่วนอีก 1 คนที่ยังหลบหนี คือ เรือเอกวิโรจน์ ซึ่งตอนนี้ชุดสืบสวนฯ กำลังขยายผลหาแหล่งกบดาน ส่วนเรื่องของการนำรถหลวงของ กอ.รมน. ไปใช้ก่อเหตุ ซึ่งมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงขึ้นมาตรวจสอบโดยเฉพาะ
ล่าสุด พันเอก มานะ ปริญญาศิริ ผอ.สำนักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แถลงยืนยันว่า รถคันก่อเหตุเป็นรถกระบะที่ใช้ในงานธุรการของ กอ.รมน.จังหวัดนราธิวาส
โดย นาวาเอก มนตรี สงวนนามสกุล ซึ่งมีหน้าที่ดูแลรถ ได้ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ อนุญาตให้ เรือเอก วิโรจน์ มือปืนที่หลบหนี ยืมรถไปใช้ส่วนตัวถึง 3 ครั้ง เป็นการยืมโดยไม่มีเอกสารอนุมัติ และไม่แจ้งสถานที่ใช้งาน ถือเป็นการฝ่าฝืนระเบียบ กอ.รมน.
สำหรับการเอาผิดนาวาเอก มนตรี ถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ความผิดทางแพ่ง ความผิดทางวินัย และความผิดทางอาญา โดยล่าสุด กอ.รมน. ได้ส่งตัวนาวาเอก มนตรี กลับต้นสังกัด และเสนอให้กองทัพเรือ สอบสวนวินัยร้ายแรง
ในช่วงท้ายของการแถลงข่าวฯ พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ยืนยันว่า กรณีที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำความผิดเฉพาะตัวบุคคล มีการนำทรัพยากรของราชการไปใช้โดยมิชอบ และไม่ได้เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานในภาพรวมของหน่วยงานแต่อย่างใด
แต่ข้อมูล คือ "ผู้สื่อข่าวถามว่า ยืนยันได้ใช่หรือไม่ว่าฝ่ายความมั่นคงไม่ได้เกี่ยวข้อง หรือดำเนินการกับผู้เห็นต่าง ? สำหรับคดีดังกล่าวต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะยังอยู่ระหว่างขยายผลหาผู้บงการ ซึ่งในวันศุกร์ที่ 17 เมษายน ต้องจับตามอง "นายกฯ อนุทิน" ที่จะลงพื้นที่นราธิวาส-ยะลา เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีนี้ด้วย