รวบหนุ่มวัย 22 ปี หลอกลวงเหยื่อสูญเงินรวมกว่า 1.4 แสนบาท

รวบหนุ่มวัย 22 ปี หลอกลวงเหยื่อสูญเงินรวมกว่า 1.4 แสนบาท

View icon 259
วันที่ 14 เม.ย. 2569 | 17.38 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
​วันนี้ (14 เม.ย. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ​ร่วมกันจับกุม นายพายุ อายุ 22 ปี ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน

1.“ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน" ตามหมายจับของศาลอาญามีนบุรี ที่ จ.1394/2567 ลงวันที่ 17 ตุลาคม 2567

2.”ร่วมกันหรือเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำโดยทุจริต หรือหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนและร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น เป็นเจ้าของบัญชีเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีโดยทุจริต โดยประการที่รู้หรือควรจะรู้ว่านะนำไปใช้ในการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด” ตามหมายจับของศาลจังหวัดศรีสะเกษ ที่ จ.331/2568 ลง 16 มิถุนายน 2568

โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ บริเวณสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

​พฤติการณ์ คดีที่ 1 : เมื่อช่วงกลางปี 2566 กลุ่มมิจฉาชีพได้ปลอมเป็นตำรวจหลอกโอนเงิน มิจฉาชีพโทรอ้างเป็นตำรวจ แจ้งว่าบัญชีเกี่ยวข้องคดียาเสพติดและฟอกเงิน พร้อมขู่ให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบ ผู้เสียหายเกิดความกลัวจึงโอนเงิน 17,500 บาท เข้าบัญชีของผู้ต้องหาสุดท้ายติดต่อไม่ได้ จึงรู้ว่าถูกหลอก

คดีที่ 2 : ช่วงเวลาเดียวกับคดีที่ 1 กลุ่มมิจฉาชีพได้สร้างเรื่องเงินกู้ปลอมเรียกค่าค้ำ กลุ่มมิจฉาชีพ ตั้งบูธหลอกให้กู้เงิน ก่อนหลอกให้แอดไลน์และอ้างว่าต้องโอน “ค่าค้ำประกัน” ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินรวม 130,800 บาท แต่ไม่ได้รับเงินกู้จริง รวมความเสียหายทั้งหมด 148,300 บาท​

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสืบสวนทราบว่า นายพายุ ได้หลบหนีอยู่ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ และจะเดินทางเข้ามาที่กรุงเทพมหานคร จึงได้เดินทางไปสืบสวนหาข่าวบริเวณดังกล่าว พบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณคล้ายผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยการแสดงบัตรข้าราชการตำรวจเพื่อทำการตรวจสอบ

จากการตรวจสอบทราบว่าบุคคลดังกล่าวชื่อนายพายุ สอบถามผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับฉบับนี้จริงและไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน ผู้ต้องหาดูอย่างละเอียดจนทราบและเข้าใจดีแล้ว

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ถูกจับกุม ผู้ต้องหา

จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหามายัง บก.ปพ. จัดทำบันทึกจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.คันนายาว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป