สนามข่าว 7 สี - ลูกสาวบุญธรรม ร้องเพจฯ สายไหมต้องรอด ช่วยคดีแม่อายุ 84 ปี ถูกคนร้ายวางยาเพื่อลักทรัพย์ เมื่อปีที่แล้วก็เกิดเหตุลักษณะเดียวกัน แต่คดีไม่คืบ
กล้องวงจรปิดบันทึกภาพขณะผู้ก่อเหตุฉวยโอกาสตอนยายเดินเข้าบ้านไปหยิบน้ำ เทผงสีขาวใส่จานข้าว เมื่อยายเดินกลับมานั่งที่โต๊ะ ผู้ก่อเหตุได้นำข้าวจานดังกล่าวให้ยายกิน คาดเป็นการวางยาเพื่อหวังลักทรัพย์
หลังจากนั้น 3 ชั่วโมง มีคนร้ายใช้เสื้อปิดใบหน้าเหมือนเป็นไอ้โม่ง เดินถือไม้ยาวไปหมุนกล้องวงจรปิดภายในบ้านผู้เสียหาย แม้จะไม่เห็นหน้า แต่ท่าทางการเดิน ผู้เสียหายเชื่อว่าเป็นคนเดียวกัน
เคราะห์ดีช่วงเวลานั้น ญาติ ๆ พานาคที่จะเข้าพิธีบวชมาขอขมายายที่บ้าน เห็นยายอาการไม่ปกติ พูดจาไม่รู้เรื่อง จึงช่วยกันปฐมพยาบาล และพายายไปนอนพัก จนมารู้ภายหลังว่ายายถูกวางยา จึงรีบพายายไปแจ้งความ
วานนี้ ลูกสาวบุญธรรม ได้นำภาพวงจรปิดทั้งหมดนี้ไปขอความช่วยเหลือกับเพจฯ สายไหมต้องรอด เพราะนี่เป็นครั้งที่ 2 ที่คนร้ายลงมือก่อเหตุ
ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อ 25 เมษายน 2568 ตอนนั้นทองรูปพรรณหนัก 3 บาท แหวนทอง 1 วง และธนบัตรเก่า มูลค่ากว่า 3,000 บาท แต่ไม่มีหลักฐานเอาผิด แจ้งความไว้คดีก็ไม่คืบ
จนเมื่อวันที่ 7 เมษายน คนร้ายก็กลับมาก่อเหตุซ้ำ เงินสดหายไปประมาณ 400-500 บาท แต่พฤติการณ์น่ากลัว เสี่ยงเป็นอันตรายถึงชีวิต สำหรับผู้ก่อเหตุเมื่อ 10 ปีก่อน เคยมาเช่าที่ดินของแม่เลี้ยงปลาได้ 1 ปี ก็ย้ายไปอยู่ที่อื่น เจอกันอยู่บ้าง เพราะผู้ก่อเหตุทำทีมาขอข้าวแม่กินประจำ ที่มาร้องเพจฯ เพราะแจ้งความที่ สภ.เมืองนครปฐม ตำรวจบอกว่าต้องรอผลตรวจสารพิษในร่างกาย 6-8 สัปดาห์ ทำให้ครอบครัวอยู่ด้วยความหวาดกลัว โดยเฉพาะแม่นั่งเฝ้าหม้อข้าวตลอดเวลา กลัวจะมีคนมาวางยา อยากให้ตำรวจช่วยเร่งรัดคดี พร้อมฝากถึงคนร้ายอย่าไปทำแบบนี้กับใครอีกเลย
ทีมข่าวลงพื้นที่ไปพูดคุยกับคุณยาย บอกว่า คนร้ายมาขอข้าวกิน 2 ครั้ง จนครั้งที่ 3 ขณะนั่งกินข้าวไม่ได้สังเกตว่าโดนวางยา เพราะกินน้ำพริกสะเดา มีรสขมอยู่แล้ว แต่หลังจากนั้นมีอาการมึนงง จนต้องเดินเข้าไปนอนในบ้านแล้วหมดสติไป ตัวเองรู้สึกเสียใจมากที่ผู้ก่อเหตุทำเช่นนี้ เพราะรู้จักกันมานาน 10 ปี
นายวรภพ อยู่ยั่งยืน เพื่อนบ้าน ยอมรับว่าเป็นเหตุอุกอาจ เมื่อเห็นภาพเหตุการณ์รู้สึกตกใจ บอกครอบครัวให้ระมัดระวังมากขึ้น เชื่อว่าตำรวจจะจับกุมผู้ก่อเหตุได้ในไม่ช้าแน่นอน
ผู้กำกับการ สภ.เมืองนครปฐม ยืนยันว่า ไม่ได้นิ่งนอนใจ ให้ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานเก็บวัตถุพยานมาหมดแล้ว ให้คุณยายไปตรวจร่างกายวินิจฉัยตัวยา ส่วนการติดตามจับกุมคนร้ายกำลังพิสูจน์ทราบตัวตน เพื่อขออำนาจศาลฯ ออกหมายจับ รับปากจะจับคนร้ายให้ได้โดยเร็วที่สุด