ห้องข่าวภาคเที่ยง - วันนี้เป็นวันแรก ที่กรมการขนส่งทางบก เปิดให้ผู้ประกอบการรถสาธารณะ ลงทะเบียนรับเงินช่วยบรรเทาผลกระทบ จากราคาน้ำมันดีเซลพุ่ง โดยจะมีการโอนเงินเข้าระบบพร้อมเพย์ 20 เมษายน-31 พฤษภาคมนี้
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมัน สูงสุด 6,000 บาท ได้ ทั้งกลุ่มรถตู้ รถสองแถว รถแท็กซี่ รถโดยสาร และรถบรรทุก และกลุ่มผู้ที่เข้าข่ายได้รับการช่วยเหลืออย่าง รถจักรยานยนต์รับจ้าง ก็ได้สิทธิ์ เพราะถือเป็นกลุ่มได้รับผลกระทบราคาน้ำมัน
โดยสามารถเข้าลงทะเบียนรับเงินได้หน้าเว็บไซต์ หรือ แอปพลิเคชัน ของกรมการขนส่งทางบก เปิดให้ ลงทะเบียนรับสิทธิ์ระหว่างวันที่ 16-19 เมษายน 2569 ส่วนการจ่ายเงินช่วยเหลือ จะโอนผ่านระบบ พร้อมเพย์ เป็นระยะเวลา 42 วัน หรือ ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน-วันที่ 31 พฤษภาคมซึ่งสิทธิ์ ที่จะได้รับมีรายละเอียดปลีกย่อย ไปอีก เช่น
กรณีเป็นรถที่นำไปใช้เพื่อการท่องเที่ยวหรือนำไปใช้เพื่อรับเหมาทั่วไป ต้องมีระยะทางทำการขนส่งตามข้อมูลที่ได้จากระบบ GPS ของกรมการขนส่งทางบก ตลอดระยะเวลามาตรการช่วยเหลือ 42 วัน ไม่น้อยกว่า 2,500 กิโลเมตร กรณีเป็นรถที่นำไปใช้เพื่อรับส่งพนักงาน ต้องมีระยะทางทำการขนส่งตามข้อมูลที่ได้จากระบบ GPS ของกรมการขนส่งทางบก ตลอดระยะเวลามาตรการช่วยเหลือ 42 วัน ไม่น้อยกว่า 1,500 กิโลเมตร อย่างไรหากคุณผูชมเป็นกลุ่มที่เข้าข่ายได้รับสิทธิ์ สามารถศึกษารายละเอียดผ่านช่องทางต่าง ๆ ของกรมการขนส่งทางบก ได้
ส่วนที่หน้ากระทรวงพลังงาน เมื่อช่วงสาย ที่ผ่านมา เครือข่ายพลังงานภาคประชาชนด้านพลังงาน เข้ายื่นข้อเสนอ 8 ข้อ ถึง นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ขอให้เร่งปรับโครงสร้างราคาพลังงานให้เป็นธรรม เกิดกำไรส่วนเกินจำนวนมาก และกลายเป็นภาระของประชาชน ขณะที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังติดลบกว่า 57,700 ล้านบาท แต่ยังต้องนำเงินไปอุดหนุนราคา ทั้งที่มีส่วนต่างกำไรในระบบ และยังพบความผิดปกติของน้ำมันดีเซลหายจากระบบราว 600-700 ล้านลิตร ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจเกี่ยวข้องกับการเบิกเงินชดเชยโดยไม่มีน้ำมันจริง วิกฤตครั้งนี้ควรใช้เป็นโอกาสปรับโครงสร้างพลังงานใหม่
ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ระบุว่า เห็นด้วยกับการต้องปรับโครงสร้างพลังงานทั้งระบบ โดยเฉพาะกลไกกองทุนน้ำมันที่ต้องปรับใหม่ในช่วงวิกฤต และไม่เอื้อนายทุน เพื่อไม่ให้กลายเป็นภาระสะสมของประชาชน และต้องทำให้เงินกองทุนถูกใช้ตรงจุดมากขึ้น ซึ่งกำลังเร่งดำเนินการ ลดการอุดหนุนที่ไม่จำเป็น เพื่อให้กองทุนมีภาระหนี้ลดลง และไม่กลายเป็นเครื่องมือเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุน โดยการกู้เงินจะเป็นทางเลือกสุดท้าย และเตรียมผลักดันนโยบายโซลาร์เซลล์ภาคประชาชนเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อเปิดทางให้ประชาชนพึ่งพาตัวเองด้านพลังงานได้มากขึ้น