สนามข่าว 7 สี - การค้นหาสาเหตุน้ำมันขาดแคลน ในช่วงที่ไทยประสบภาวะวิกฤต หลังรับเป็นคดีพิเศษ และหยุดยาวสงกรานต์ พอกลับมาทำงานวันแรก เปิดแถลงข่าวก็ได้ผลลัพธ์เป็นชิ้นเป็นอันพอดี เจอพิรุธชวนให้ตรวจสอบเพียบ เพียงแต่ตอนท้ายบอกว่า นี่ไม่ใช่ "ไอ้โม่ง" แต่กำลังจะมีคนกลายเป็นผู้ต้องหา
ในการแถลงข่าวเมื่อวานนี้ ใช้เวลายาวมาก กินเวลากว่า 1 ชั่วโมง ไม่นับช่วงถาม-ตอบ ไล่เรียงผลการค้นหาคำตอบกันทีละหน่วยงาน เริ่มจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงผลการตรวจสอบหาสาเหตุน้ำมันขาดแคลน ตั้งแต่ 1 มีนาคม ถึงปัจจุบัน พบความผิดปกติแบ่งเป็น 3 ส่วน
ส่วนที่ 1 คือ คลังน้ำมัน 3 แห่ง และจ็อบเบอร์ 2 แห่ง มีปริมาณน้ำมันจัดเก็บไว้เป็นจำนวนมาก ไม่มีการจ่ายออกไป หรือจ่ายออกไปน้อยกว่าค่าเฉลี่ยที่เคยมีมา ส่วนที่ 2 พบการขนส่งน้ำมันทางเรือมีความล่าช้ากว่าปกติ โดยเรือหลายลำหลังรับน้ำมันแล้วไปจอดลอยลำกลางทะเล ก่อนส่งให้คลังน้ำมันปลายทาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมปริมาณน้ำมัน 7.9 ล้านลิตร และ ส่วนที่ 3 พบรถบรรทุกน้ำมันมีการวิ่งอย่างน้อย 662 เที่ยว ที่ไม่ระบุจุดหมายปลายทาง รวมปริมาณกว่า 2.1 ล้านลิตร บางส่วนส่งไม่ตรงปลายทางที่กำหนดไว้, ออกนอกเส้นทาง หรือ ปิด GPS รวม 15 เที่ยว รวมปริมาณน้ำมัน 148,000 ลิตร
ขณะที่ พลเรือเอก ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ และเลขาธิการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล หรือ ศรชล. บอกว่า ผลการตรวจสอบข้อมูลการเดินเรือ 99 เที่ยวเรือ พบความผิดปกติ 20 เที่ยวเรือ แบ่งเป็นเดินทางล่าช้า 1 วัน 14 เที่ยวเรือ ล่าช้า 2 วัน 6 เที่ยวเรือ มีการปิดระบบติดตาม 10 เที่ยวเรือ และพบเรือลอยลำประชิดกัน 2 เที่ยวเรือ และเดินเรือแบบประวิงเวลาชัดเจน 8 เที่ยวเรือ
ด้าน อธิบดี DSI ยืนยันความผิดปกติดังกล่าว พร้อมบอกว่า ได้ทำหนังสือเชิญ 8 บริษัท ที่พบความผิดปกติให้เข้าชี้แจงในสัปดาห์หน้า หลังพบมีเรือ 15 ลำ นำน้ำมันไปส่งปลายทางมากกว่าที่รับมาจากต้นทาง
ด้าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ช่วงเดือนเดียวกันปี 2568 โรงกลั่นมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 70 ล้านลิตรต่อวัน แต่ในเดือนมีนาคม กลับพบมีการผลิตเพิ่มอีก 8 ล้านลิตร หรือรวมทั้งเดือนกว่า 200 ล้านลิตร และยังพบมีการจ่ายน้ำมันเข้าระบบอีกประมาณ 500 ล้านลิตร แต่ผู้ให้บริการน้ำมันกลับแจ้งว่าได้รับน้ำมันน้อยลงกว่าเดิม จึงตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการประวิงเวลาขายน้ำมัน เพื่อรอราคาที่สูงขึ้นกว่าเดิม
อย่างไรก็ตาม ในการแถลงข่าวดังกล่าวยังเป็นเพียงการยกตัวอย่างมาแสดงให้เห็นถึงความผิดปกติเท่านั้น หลังจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังต้องไปตรวจสอบความผิดปกติเหล่านี้เพิ่มเติม ก่อนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป