เช้านี้ที่หมอชิต - แม่ไปร้องขอความช่วยเหลือกับเพจฯ ดัง ว่าลูกสาวอายุ 15 ปี ที่ไปเล่นน้ำสงกรานต์ ที่ย่านถนนข้าวสาร ถูกชายคนหนึ่งบังคับพาตัวเธอเข้าไปในห้องน้ำ แล้วล่วงละเมิดทางเพศ หลังตามจีบ และชวนไปที่พัก แต่ลูกสาวไม่เล่นด้วย กองทัพบกตรวจสอบแล้ว พบเป็นความจริง เตรียมส่งตัวให้ตำรวจรับตัวไปดำเนินคดี
ภาพกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าทางเข้าห้องน้ำสาธารณะ ให้บริการนักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวเล่นสงกรานต์ย่านถนนข้าวสาร ช่วงเวลา 00.11 น. ของวันที่ 15 เมษายน บันทึกภาพชายผมเกรียนเดินแซงผู้เสียหาย เป็นเยาวชนหญิง อายุ 15 ปี เข้าไปยืนรอที่หน้าห้องน้ำ ก่อนอาศัยจังหวะที่ผู้เสียหายเดินเข้าห้องน้ำผลักประตูตามเข้าไปล่วงละเมิดทางเพศ ผ่านไปประมาณ 10 นาที ผู้เสียหายได้วิ่งออกมาขอความช่วยเหลือ ส่วนผู้ก่อเหตุใช้ช่วงชุลมุนหลบหนี
แม่ของผู้เสียหายบอกว่า วันที่ 14 เมษายน ลูกสาวมาขอไปเล่นน้ำสงกรานต์ที่ย่านถนนข้าวสาร ตอนแรกลูกชวนตนไปด้วย แต่เพราะตนคิดว่าไปไม่ไหว จึงให้ลูกไปเล่นเองได้
จนช่วงประมาณ 01.00 น. ลูกสาวได้ โทร.ไปเรียกพี่ชายมารับที่ซอยบรมราชชนนี 12 พอเจอกันก็วิ่งร้องไห้เข้าหา พร้อมเล่าว่า ขณะเล่นสงกรานต์กับเพื่อน มีกลุ่มชายตัดผมเกรียน 8 คน ซึ่งมีการเรียกขานชื่อกันว่า จ่า และหมวด มาขอเล่นน้ำด้วย
จากนั้นคนในกลุ่มพยายามชวนไปที่พักแต่ลูกปฏิเสธ กระทั่งลูกเดินไปเข้าห้องน้ำเพียงลำพัง ถูกผู้ก่อเหตุฉวยโอกาสล่วงละเมิดทางเพศ ลูกขัดขืนแต่ถูกบีบคอ-ข่มขู่ว่า "อย่าร้องนะ ไม่งั้นกูจะฆ่ามึงให้ตาย" ระหว่างนั้นมีคนเดินมาสอบถามความผิดปกติเนื่องจากได้ยินเสียงร้อง แต่ผู้ก่อเหตุตะโกนตอบกลับไปว่าไม่มีอะไร ทำให้ลูกอยู่ในอาการหวาดกลัวไม่กล้าส่งเสียงร้อง จนผู้ก่อเหตุทำธุระเสร็จ ลูกจึงรีบวิ่งออกมาขอความช่วยเหลือจากคนเก็บเงินหน้าห้องน้ำ
หลังเกิดเหตุ ลูกชายได้พาน้องไปแจ้งความกับตำรวจทันที แต่เหตุที่ต้องมาขอความช่วยเหลือ เพราะตำรวจพูดทำนองว่า "ถ้าจะเอาเรื่อง ต้องขึ้นศาลทหารนะ" และมีลักษณะคล้ายพยายามจะให้มีการไกล่เกลี่ยยอมความ จนกลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม
สอบถามความคืบหน้าคดีนี้กับ ผู้กำกับการ สน.ชนะสงคราม ยืนยันว่า ทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว เป็น "พลทหาร" สังกัดหน่วยงานหนึ่งในพื้นที่เกียกกาย และทางกองทัพบก ได้สอบสวนขั้นต้น พลทหารยอมรับว่า ในระหว่างลาพักได้ไปเล่นน้ำสงกรานต์บริเวณดังกล่าวจริง และได้มีเพศสัมพันธ์กับผู้เสียหายตามที่ถูกกล่าวหา ส่วนเพื่อนทหารที่ร่วมเดินทางไปด้วย เบื้องต้นพบไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นเหตุการณ์ดังกล่าว
แม้ว่าตำรวจจะเร่งรัดทำคดี และสอบปากคำผู้เสียหายไปก่อน เพื่อหาตัวคนก่อเหตุ แต่เนื่องจากผู้เสียหายยังเป็นเยาวชน จึงต้องรอการสอบปากคำร่วมกับ "สหวิชาชีพ" เพื่อให้ขั้นตอนการสอบสวนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
ส่วนความผิดที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นเข้าข่ายหลายข้อหา เช่น พรากผู้เยาว์, ข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุเกิน 15 ปีแต่ไม่ถึง 18 ปี และหน่วงเหนี่ยวกักขัง รวมถึงอาจมีการแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายเพิ่มเติมด้วย
ด้าน พันเอก ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก ยืนยันว่า ต้นสังกัดได้ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุเข้าพบตำรวจเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด กองทัพบกขอเรียนว่า แม้การกระทำดังกล่าวจะเป็นพฤติการณ์ส่วนบุคคล แต่ถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างร้ายแรง และส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของส่วนรวม กองทัพบกพร้อมอำนวยความสะดวกและสนับสนุนเจ้าพนักงานตำรวจในทุกขั้นตอนของการสืบสวนสอบสวน เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหาย และเร่งรัดการลงโทษผู้กระทำความผิดโดยเร็วที่สุด