อัตราเกิดเด็กไทย ต่ำสุดในรอบ 75 ปี พรรคประชาชน เสนอรัฐบาล 3 ข้อเร่งด่วน ย้ำต้องรีบแก้ไข

อัตราเกิดเด็กไทย ต่ำสุดในรอบ 75 ปี พรรคประชาชน เสนอรัฐบาล 3 ข้อเร่งด่วน ย้ำต้องรีบแก้ไข

View icon 37
วันที่ 17 เม.ย. 2569 | 09.37 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
พรรคประชาชน เสนอรัฐบาล 3 นโ
.
นางณัฐยา บุญภักดี สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวานนี้ (16 เม.ย.69) เปิดข้อมูล ปี 2568 อัตราการเกิดของเด็กไทย มีจำนวน 416,574 คน ต่ำกว่าปีก่อนถึงเกือบ 5 หมื่นคน
.
ขณะที่มีผู้เสียชีวิตมากถึง 559,684 คน ส่งผลให้จำนวนประชากรทั้งประเทศลดลงเป็นปีที่ 5 ต่อเนื่องกัน และไม่แน่ว่าในปีหน้าเราอาจจะได้เห็นจำนวนการเกิดเหลือไม่ถึง 4 แสนคน ถือเป็นอัตราการเกิดที่ต่ำสุดในรอบ 75 ปี
.
หากทิศทางยังเป็นเช่นนี้ อีก 10 ปีข้างหน้าวัยทำงานจะหายไปกว่า 2.5 ล้านคน ขณะที่ผู้สูงอายุจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นถึงเกือบ 1 ใน 3 ของจำนวนประชากรทั้งหมด แม้ผลสำรวจความคิดเห็นคนรุ่นใหม่อายุ 18 ปีขึ้นไปโดยมหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า เจน Y และเจน Z ยังต้องการมีลูก แต่มีความกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย คุณภาพการศึกษา เวลาทำงานที่ยืดหยุ่น และระบบสนับสนุนครอบครัว
.
ในขณะที่ นโยบายของคณะรัฐมนตรีที่แถลงต่อรัฐสภา ไม่ปรากฎนโยบายที่สนับสนุนในกลุ่มนี้ พรรคประชาชน มีแนวนโยบายที่จะเสนอรัฐบาล ดังนี้
.
“ระยะเร่งด่วน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ราคาน้ำมัน
.
1. ขยายฐานเด็กที่ได้รับประโยชน์จากโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด จากเดิมที่ได้รับเฉพาะครัวเรือนรายได้น้อย มาสู่การลงทุนเพื่อเด็กทุกคน เพื่อแก้ปัญหาเด็กตกหล่นจากการคัดกรองความจน
.
2. จัดสรรงบประมาณช่วยเหลือค่าใช้จ่ายช่วงเปิดเทอมของปีการศึกษานี้ให้แก่ครัวเรือนผู้มีรายได้น้อย ครัวเรือนภาคเกษตรกรรม ครัวเรือนภาคประมง เพื่อป้องกันเด็กหลุดจากระบบการศึกษา
.
3. เพิ่มงบรายหัวนักเรียนทุกช่วงชั้นในภาคเรียนแรกของปีการศึกษานี้ เพื่อให้สถานศึกษาสามารถจัดอาหารวันละ 2 มื้อ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองและป้องกันภาวะทุพโภชนาการของเด็กที่มักเกิดขึ้นในช่วงค่าครองชีพพุ่งสูง
.
ระยะยาว เริ่มต้นตั้งแต่ปีงบประมาณ 2571 หรือเร็วกว่านั้น (ยิ่งเร็วยิ่งได้ผลดี)
.
1. ขยายการลงทุนเพื่อเด็กทุกคน โดยให้ทุนเพื่อการเลี้ยงดูบุตรรายเดือนที่เริ่มตั้งแต่มารดาตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ครบ 5 เดือนขึ้นไปจนเด็กอายุครบ 6 ปี
.
2. สนับสนุนบริการเลี้ยงเด็กอ่อน (แรกเกิดถึงสองปี) ในชุมชน โดยจัดงบดำเนินการให้ท้องถิ่นบริหารจัดการแบบยืดหยุ่น เหมาะสมสอดคล้องกับความต้องการระดับพื้นที่
.
3. ขยายเวลารับเลี้ยงเด็ก ทั้งศูนย์เลี้ยงเด็กอ่อนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ให้ครอบคลุมเวลาทำงานจริงมากขึ้น เช่น 7.00 - 18.00 น. โดยเฉพาะในเขตเมืองหรืออุตสาหกรรม
.
4. ให้สิทธิลดหย่อนภาษี ไม่เกิน 1 ล้านบาท สำหรับสถานประกอบการที่จัดตั้งสถานเลี้ยงเด็กหรือห้องปั๊มนมในที่ทำงาน
.
5. สร้างระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นและเสมอภาค พัฒนาครูควบคู่สวัสดิการนักเรียนที่จับต้องได้ ปรับปรุงโรงเรียนทั่วประเทศให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย พร้อมผลักดัน พ.ร.บ. การศึกษาฉบับใหม่ ยกระดับการศึกษาอาชีวะ และเพิ่มโอกาสการเข้าถึงอุดมศึกษาอย่างเท่าเทียม
.
6. สนับสนุนการศึกษาสำหรับเด็กพิการและเด็กพิเศษ ให้มีศูนย์การศึกษาพิเศษเพียงพอต่อความต้องการ เพิ่มงบอุดหนุนรายหัวสำหรับนักเรียน เพิ่มการผลิตครูและเพิ่มงบค่าจ้างบุคลากร ตั้งงบสนับสนุนให้โรงเรียนในระดับอำเภอที่ต้องการจัดการเรียนร่วมของเด็กพิการ/เด็กพิเศษในโรงเรียนทั่วไป
.
7. สนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคมในระดับชุมชนให้จัดบริการสำหรับเด็กและครอบครัว อาทิ กิจกรรมสร้างสรรค์-ศิลปวัฒนธรรม สำหรับเด็กและเยาวชนทุกช่วงวัย ศูนย์เรียนรู้และส่งเสริมนันทนาการในชุมชน ศูนย์เยาวชนในชุมชน เป็นต้น 
.
8. เพิ่มการเข้าถึงครัวเรือนเปราะบางโดยส่งเสริมให้ประชาชนในชุมชนรวมกลุ่มจัดตั้ง “ศูนย์ครอบครัวเข้มแข็งภาคประชาชน" (Community-based Family Support) เพื่อทำงานเชิงรุกผ่านการเยี่ยมบ้านวิถีชุมชน จดทะเบียนเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์และได้รับงบสนับสนุนจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
.
9. ยกระดับการคุ้มครองแรงงานเพื่อส่งเสริมสถาบันครอบครัวให้เข้มแข็ง อาทิ ปรับสูตรการคำนวณค่าจ้างขั้นต่ำมุ่งสู่เป้าหมายค่าจ้างที่อยู่ได้จริง กำหนดให้ทำงานไม่เกิน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หากเกินต้องได้รับค่าล่วงเวลา เพิ่มสิทธิวันลาเพื่อครอบครัว คุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์มให้ได้รับการคุ้มครองเทียบเท่าลูกจ้างตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน เป็นต้น
.
10. สนับสนุนให้มีกฎหมายขจัดความรุนแรงในครอบครัว และกฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล ที่สามารถบังคับใช้ได้จริง เพื่อสร้างสังคมที่มีความเป็นธรรมและน่าอยู่
.
ทั้งนี้ พรรคประชาชน จะผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบาย และติดตามผลการดำเนินงานของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แน่ใจว่าประเทศไทยมีการลงทุนพัฒนากำลังคนรุ่นใหม่ที่ไร้รอยต่อ จากปฐมวัยสู่วัยทำงานที่มีศักยภาพสูง”
.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง