ฝุ่นพิษปกคลุมภาคเหนือ-อีสาน-กลาง

View icon 13
วันที่ 18 เม.ย. 2569 | 05.13 น.
สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์
แชร์
สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ - ปริมาณฝุ่น PM2.5 ในไทย ยังเกินค่ามาตรฐาน โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลาง สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของจุดความร้อน

ฝุ่นพิษปกคลุมเหนือ-อีสาน-กลาง
จังหวัดเชียงใหม่ กลับเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งฝุ่นควันอีกครั้ง หลังผ่านพ้นช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตลอดทั้งวันของเมื่อวาน พบฝุ่นควันหนาทึบปกคลุมไปทั่วทั้งเมือง

โดยบริเวณมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ค่าฝุ่น PM2.5 รายชั่วโมง พุ่งสูงถึง 360 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ตามท้องถนนในตัวเมือง มองเห็นฝุ่นควันหนาแน่น ทัศนวิสัยลดลง

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ อติคุณ ลิ้มสุคนธ์ อาจารย์ประจำหน่วยวิชาโรคระบบการหายใจ เวชบำบัดวิกฤต และภูมิแพ้ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม เผยว่า ฝุ่น PM2.5 เป็นอนุภาคขนาดเล็กมาก สามารถแทรกซึมลึกเข้าสู่ถุงลมปอด และเข้าสู่กระแสเลือดได้โดยตรง ก่อให้เกิดการอักเสบในระบบทางเดินหายใจ และเป็นปัจจัยกระตุ้นสำคัญที่ทำให้โรคปอดเดิมกำเริบอย่างรุนแรง

สูดฝุ่นพิษ ป่วยปอดอักเสบรุนแรง
ล่าสุดพบนักท่องเที่ยวหญิงชาวต่างชาติ อายุ 19 ปี จากอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ถูกส่งตัวมารักษาต่อที่เชียงใหม่ หลังสัมผัสหมอกควัน และฝุ่น PM2.5 เพียงระยะเวลาสั้น ๆ ผู้ป่วยมีอาการไอ เหนื่อย และทรุดลงอย่างรวดเร็ว เคสลักษณะนี้มักเกิดในคนที่ไม่ได้สูบบุหรี่ แต่เกิดจากการสูดควันพิษปริมาณมากในเวลาอันสั้น

นอกจากนี้ ยังพบเคสผู้ป่วยเรื้อรังทรุดหนักจากฝุ่น มีภาวะโปรตีนสะสมผิดปกติในปอด ต้องเข้ารับการล้างปอดเป็นประจำปีละ 1-2 ครั้ง ต่อเนื่องมากกว่า 5-6 ปี โดยก่อนหน้านี้สามารถควบคุมอาการได้ดี แต่ในช่วงที่มลพิษทางอากาศสูง ผู้ป่วยกลับมีอาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว ทั้งที่เพิ่งล้างปอดไปไม่ถึง 2 เดือน ซึ่งผลการล้างปอด พบว่าน้ำมีลักษณะสีแดงปนเลือด จากเดิมที่เป็นสีขาวขุ่น สะท้อนถึงการอักเสบและความเสียหายของเนื้อปอดในระดับรุนแรง

อุทยานฯ แจ้ซ้อน ปิดต่อเนื่อง หลังเกิดไฟป่า จ.ลำปาง
ที่อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง ยังคงประกาศปิดการท่องเที่ยวต่อเนื่อง หลังเผชิญไฟป่าและหมอกควันปกคลุมทั่วพื้นที่ เจ้าหน้าที่ต้องเร่งเคลียร์พื้นที่ พร้อมตรวจสอบและซ่อมแซมระบบน้ำประปา ระบบไฟฟ้า รวมถึงสัญญาณโทรศัพท์ที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่า ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ 15 เมษายนที่ผ่านมา ทางอุทยานแจ้ซ้อนไม่มีไฟฟ้าใช้มา 3 วันแล้ว

ขณะเดียวกันพื้นที่ป่าถูกไฟป่าเผาทำลาย เสียหายไม่น้อยกว่า 300 ไร่ และยังสร้างกลุ่มควันไฟสีขาวปกคลุมหนาแน่น การดับไฟเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชัน ประกอบกับมีเชื้อเพลิงสะสมจำนวนมาก โดยเฉพาะใบไม้แห้งและใบไผ่ที่ทับถมมานานหลายปี

ส่วนสาเหตุการเกิดไฟป่า คาดว่ามีผู้ไม่หวังดี จุดไฟเผาหญ้า หรือเศษใบไม้แห้ง ก่อนลุกลามกลายเป็นไฟป่าขนาดใหญ่

ค่าฝุ่นพุ่ง ฉุดยอดนักท่องเที่ยว จ.แม่ฮ่องสอน
ที่เมืองปาย แหล่งท่องเที่ยวขี้นชื่อของจังหวัดแม่ฮ่องสอน นักท่องเที่ยวหายไป 90 เปอร์เซ็นต์ หลังฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน มีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะตำบลเวียงใต้ อำเภอปาย ค่าฝุ่น PM2.5 ที่ระดับ 182.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว

ชาวบ้านบอกว่า ช่วง 2 เดือนที่เกิดไฟป่า ถึงจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาบ้าง ก็เป็นส่วนน้อย เนื่องจากมีการบุ๊กตั๋วท่องเที่ยวล่วงหน้าเป็นปี จึงจำเป็นต้องมา และมาได้เพียงวันเดียว ก็พากันกลับออกจากปาย เนื่องจากทนกับสภาวะหมอกควันไฟป่าไม่ไหว

ประกาศภัยพิบัติฝุ่นพิษ 2 อำเภอ จ.บึงกาฬ
ในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์หมอกควันไฟป่า และฝุ่น PM2.5 ติดต่อกัน 17 วันแล้ว

ซึ่งเมื่อวานในพื้นที่อำเภอปากคาด อำเภอเมืองบึงกาฬ, อำเภอบุ่งคล้า, อำเภอโซ่พิสัย, อำเภอพรเจริญ และอำเภอศรีวิไล สภาพอากาศยังคงถูกปกคลุมไปด้วยหมอกควันไฟป่า เพราะมีชาวบ้านลักลอบเผาป่า เศษวัชพืช ทั้งในป่ารกร้าง และนาข้าว แม้จังหวัดจะมีมาตรการให้หยุดการเผาทุกกรณีก็ตาม

ในส่วนของแขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว ที่อยู่ติดกับจังหวัดบึงกาฬ พบจุดความร้อน 5,942 จุด ณ วันที่ 16 เมษายน เป็นผลจากน้ำมันแพง ทำให้เกษตรกรชาวลาวเลือกเผาวัชพืชมากกว่าใช้เครื่องจักรไถปรับพื้นที่การเกษตร

ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ประกาศให้อำเภอปากคาด และอำเภอเมืองบึงกาฬ เป็นพื้นที่ผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือชาวบ้าน หลังจากค่าฝุ่น PM2.5 มีค่าเกินกว่า 125 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ติดต่อกันเกิน 5 วัน

อย่างไรก็ตาม แม้อีก 2-3 วัน จะมีพายุฤดูร้อนพัดเข้ามาในจังหวัดบึงกาฬ แต่คาดว่าสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 จะยังคงส่งผลต่อเนื่องออกไปอีก

ระดมเฮลิคอปเตอร์เร่งดับไฟป่า จ.กาญจนบุรี
ที่อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ไฟป่าในช่วงเดือนเมษายน ทวีความรุนแรงมากขึ้น

หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ได้ประสานขอเฮลิคอปเตอร์จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปฏิบัติการระดมตักน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ เข้าสนับสนุนภารกิจดับไฟป่า ที่กำลังลุกไหม้ในหลายจุดในตัวอำเภอทองผาภูมิ ตามจุด Hotspot และบริเวณป่าเขาที่เจ้าหน้าที่เข้าไม่ถึง และไม่สามารถเข้าดับไฟได้โดยตรง เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟป่าลุกลาม และลดผลกระทบจากควันไฟ ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง