สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ - กลุ่มวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง ในเมืองหัวหิน โอดเงินช่วยค่าน้ำมัน 840 บาท ไม่สอดคล้อค่าใช้จ่ายจริง แถมเกณฑ์การลงทะเบียนซับซ้อนและระยะเวลากระชั้นชิดเกินไป วอนรัฐบาลแก้ไขด่วน
เสียงสะท้อน มาตรการเยียวยาค่าน้ำมัน จ.ประจวบคีรีขันธ์
นี่เป็นเสียงสะท้อนจากวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง ในอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ต่อมาตรการบรรเทาผลกระทบราคาน้ำมันในภาคขนส่ง-ภาคบริการขนส่งสาธารณะ ที่ให้เปิดลงทะเบียนระหว่าง 16-19 เมษายนที่ผ่านมา
ผู้ขี่วินรถจักรยานยนต์ บอกว่า วงเงินเยียวยา 840 บาท แบบเหมาจ่ายนั้น มองว่าน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับค่าครองชีพในปัจจุบัน ค่าน้ำมันรถเฉลี่ยอยู่ที่ 3,000-4,000 บาทต่อเดือน จากเดิมเคยเติมเต็มถัง 100 บาท ตอนนี้พุ่งสูงถึง 160 บาท เงินเยียวยาที่ได้จึงช่วยได้เพียงระยะสั้นเท่านั้น
นอกจากนี้ ระบบลงทะเบียนมีความยุ่งยาก ทั้งเรื่องการเตรียมเอกสารการผูกระบบพร้อมเพย์ แถมเจอระบบล่มเป็นระยะ เนื่องจากมีผู้เข้าใช้งานจำนวนมาก
ซึ่งการเดินทางไปติดต่อที่ขนส่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีระยะทางไป-กลับเกือบ 200 กิโลเมตร หากลงทะเบียนออนไลน์ไม่สำเร็จ หลายคนอาจต้องยอมทิ้งสิทธิเพราะไม่คุ้มค่าเดินทาง จึงอยากให้ขยายเวลาลงทะเบียนออกไปอย่างน้อย 1 เดือน เพื่อให้ผู้ประกอบการมีเวลาในการจัดทำเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วน
เช่นเดียวกับตัวแทนผู้ประกอบการรถโดยสารไม่ประจำทาง บอกว่า แม้มาตรการนี้จะเป็นเจตนาที่ดีของรัฐบาล แต่ในทางปฏิบัติกลับมี "ช่องว่าง" ที่ทำให้รายย่อยเข้าไม่ถึง โดยเฉพาะข้อกำหนดเรื่องการตรวจสอบเส้นทางผ่านระบบ GPS ซึ่งอาจเหมาะสมกับผู้ประกอบการรายใหญ่ แต่สำหรับรายเล็กหรือผู้ประกอบการในระดับครอบครัวนั้น ถือเป็นเงื่อนไขที่ตึงตัวเกินไป
ผู้ค้าเห็นใจลูกค้า ยอมแบกต้นทุน จ.พิษณุโลก
นอกจากนี้ ยังมีเสียงสะท้อนจากบรรดาพ่อค้าแม่ค้า ที่กำลังแบกต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นทุกอย่าง ทั้งที่ราคาน้ำมันลดลงแล้ว
แม่ค้าข้าวราดหน้าสไตล์ญี่ปุ่น ในตลาดสถานีรถไฟพิษณุโลก บอกว่า ผู้ค้าส่วนใหญ่ไม่กล้าปรับขึ้นราคาขาย เลือกที่จะแบกภาระไว้เอง เพราะต้องคำนึงถึงภาพรวมหลายอย่าง เช่น ตลาดสถานีรถไฟแห่งนี้ เป็นตลาดขายอาหารราคาประหยัด ราคาเริ่มต้น 10 บาท 20 บาท 30 บาท หากขึ้นราคามากกว่านี้ กลัวจะขายไม่ได้
ส่วนร้านของตน มีต้นทุนเพิ่มขึ้นวันละ 500 บาท แต่ยังคงขายทุกเมนูในราคา 20 บาทเท่าเดิม เน้นขายเอาปริมาณ อย่างน้อยต้องขายให้วันละ 200 ถ้วย จึงจะไม่ขาดทุน