วันนี้ (19 เม.ย. 69) บรรยากาศตลาดถนนคนเดินเซราะกราว ภายในเขตเทศบาลนครบุรีรัมย์ หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวและช็อปปิ้งยอดนิยมของจังหวัด ซึ่งปกติจะมีพ่อค้าแม่ค้าจากหลายอำเภอใน จ.บุรีรัมย์ นำสินค้าประเภทเสื้อผ้า อาหาร และของใช้ทั่วไป รวมถึงผลิตภัณฑ์โอท็อป มาวางจำหน่ายมากกว่า 200 ร้าน เปิดขายเฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์
แต่หลังจากเกิดสงครามในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็ทำให้พ่อค้าแม่ค้าหลายร้าน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์โอท็อปประเภทเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย และส่วนมากจะอยู่ต่างอำเภอ ได้หยุดขายชั่วคราวไปหลายร้าน
เนื่องจากแบกรับต้นทุนค่าน้ำมันในการเดินทางขนสินค้าไปขายที่ถนนคนเดินที่เพิ่มขึ้นไม่ไหว จากก่อนหน้านี้ช่วงที่น้ำมันยังไม่แพงอาจจะจ่ายค่าน้ำมันครั้งละ 400 – 500 บาท แต่หลังจากน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นก็ต้องจ่ายค่าน้ำมันเพิ่มขึ้นเป็นครั้งละ 800 – 1,000 บาท ขณะที่ยอดขายกลับลดลงกว่าครึ่ง เพราะประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาเดินเที่ยว ก็ซื้อของน้อยลง
นายมนตรี นาราชจรูญทรัพย์ ประธานเครือข่ายโอท็อปอำเภอเมืองบุรีรัมย์ ยอมรับว่า ตั้งแต่ที่ราคาน้ำมันปรับตัวพุ่งสูงขึ้น ก็ส่งผลกระทบกับพ่อค้าแม่ค้าที่นำสินค้ามาจำหน่ายที่ตลาดถนนคนเดินเซราะกราว โดยเฉพาะคนที่อยู่ต่างอำเภอต้องขนสินค้ามาขายในตัวเมือง ต้องแบกรับภาระค่าน้ำมันที่แพงขึ้น แต่ยอดขายกลับลดลงกว่าครึ่ง
โดยเฉพาะสินค้าประเภทเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย แต่ประเภทอาหารและของใช้ที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวันยังขายได้ แต่ประเภทผ้าหรือเครื่องแต่งกายที่เป็นสินค้าฟุ่มเฟือย ยอดขายก็จะลดลง เพราะประชาชนก็เซฟการใช้จ่ายมากขึ้น
จากผลกระทบดังกล่าวก็อยากให้ทางรัฐบาล เร่งแก้ปัญหาราคาน้ำมันทุกชนิดและอยากให้มีโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะโครงการคนละครึ่งพลัสเชื่อว่าจะช่วยบรรเทาผลกระทบได้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย