รวบ "แพทริค" เจ้าพ่อโคเคนชาวผิวสี จนมุมหลังซุกเงินใต้เพดาน 1.5 ล้านบาท นาทีจับถึงกับเข่าอ่อน บอกไม่นึกว่าจะจับได้ เพราะทำมานาน หลังแฝงตัวอยู่ในไทยนาน 17 ปี
เมื่อวันที่ 18 เม.ย. 69 ตำรวจนครบาล และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. เปิดปฏิบัติการ ทลายเครือข่าย “แพทริค” bigboss โคเคน ชาวผิวสี ลักลอบค้าโคเคนรายใหญ่ในประเทศไทย
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 ต.ค. 68 ตำรวจเปิดปฏิบัติการปลอมตัวเป็น “ช่างปูน” บุกทลายเครือข่ายแก๊งผิวสีย่านนานา สามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวผิวสี สัญชาติไนจีเรีย 9 ราย ซึ่งต่อมาได้มีการขยายผลการจับกุมหาต้นตอโคเคน
ต่อมาเมื่อวันที่ 23 ม.ค. 69 เปิดปฏิบัติการ นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศอ.ปส.บช.น. และ ป.ป.ส. รวบเจ้าแม่โคเคน ภรรยาชาวผิวสี พร้อมพวกรวม 4 ราย ตรวจยึดของกลางโคเคนได้จำนวนมาก พร้อมยึดทรัพย์สินได้รวมกว่า 7 ล้านบาท
จนกระทั่งชุดสืบสวนได้พบกับข้อมูลของ“เจ้าพ่อโคเคน” นามแฝง “แพทริค” ชาวผิวสีร่างยักษ์วัย 47 ปี ระดับ Bigboss ผงขาวในเมืองไทย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของขบวนการลำเลียงโคเคนจากทวีปแอฟริกาเข้ามายังประเทศไทย เมื่อแกะรอยพบโมเดลธุรกิจ “ไร้ตัวกลาง” ที่ข้ามขั้นตอนการขายส่งเพื่อกินกำไร และหลีกเลี่ยงการถูกจับกุม
ที่น่าตกใจพบว่าคนร้ายรายนี้แฝงตัวอยู่ในเมืองไทยมาเป็นเวลากว่า 17 ปี เจ้าหน้าที่ “แกะรอย 4 เดือน” เพื่อค้นหา Bigbossผิวสีรายนี้ มีความยากแม้ว่าจะมีข้อมูลการขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรไทย ด้วยเหตุว่าเป็นสามีของชาวไทย แต่เมื่อขุดคุ้ยเข้าไปก็พบว่าเป็นการสมรสอำพราง ไร้ความเชื่อมโยงใดให้สืบสาวต่อ จนใช้วิธีการ “เข้าเกลียว”
โดยตำรวจใช่วิธีอำพรางเป็นวัยรุ่นชาวต่างชาติ แฝงตัวเข้าไปสู่ “กลุ่มลับ” ในแอปพลิเคชัน กระทั่งได้พบกับโปรไฟล์ของ “แพทริค” Bigboss ในขบวนการ เป็นภาพชาวผิวสีสวมชุดสีเขียว คอยสั่งการผ่านแช็ตสนทนา ด้วยระยะเวลากับทักษะการแสดงของตำรวจอำพลางเป็นไปได้อย่างแนบเนียน จนกระทั่งรู้ข้อมูลในขบวนการอย่างละเอียด จนนำมาสู่การวางแผนเพื่อปฏิบัติการจับกุมทั้งเครือข่าย
จากนั้นตำรวจได้วางแผนเพื่อทลายทั้งเครือข่าย โดยสนธิกำลังร่วมกับ นายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.ปปส.กทม. นำกำลังเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. และ ป.ป.ส.กทม. กว่า 30 นาย “สะกดรอยติดตาม” Bigboss กระทั่งได้พบว่ามีการนำยาเสพติดไปตระเวนส่งให้กับเครือข่าย 3 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ทำการจับกุมขณะกระทั่งวันที่ 18 เม.ย. 69 เวลา 23.00 น. เจ้าพ่อผิวสี ได้ขับรถไปจอดที่บริเวณ ปากซอยสีลม 1 ชุดจับกุมเข้าจับกุมทว่าร่างกายที่สูงใหญ่กำยำ ทำให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมต้องทุ่มสุดตัว เพื่อมิให้ Bigboss ผิวสีวิ่งหนีได้ ทว่าเจ้าหน้าที่กว่า 3 นายเข้าชาจพยายามล็อกตัวแต่ยังไม่สามารถเอาลงได้ จนต้องมารุมกันเกือบ 10 นาย จึงสามารถควบคุมตัวคนร้ายได้
โดยขณะจับกุม Bigboss ไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ กระทั่ง พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์รอง ผบช.น. และ นายปฤณ เมฆานันท์ผอ.ปปส.กทม. ได้ขยายผลค้นห้องพักจนพบกับ เงินสดเป็นล้าน ซุกซ่อนอยู่บนเพดานฝ้าในห้องน้ำ ทำให้ Bigboss ร่างยัก ที่มีท่าทีแข็งกระด้างเริ่มออกอาการตะคริวกินขา และยังขยายผลพบสถานที่ต้องสงสัยอีกหลายแห่งที่ทำให้ Bigboss ร่างยัก เอาแต่นั่งร้องไห้ในชั้นจับกุม หลังเสร็จสิ้นการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัว MR.Patric สัญชาติไนจีเรีย นำส่งพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ , Mr.Thomas สัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ชัยพฤกษ์ จังหวัดนนทบุรี , นายยศ และ นายณัฐ นำส่งพนักงานสอบสวน สน.บางโพงพาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ในส่วนของทรัพย์สินที่ได้ตรวจยึดไว้ตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ ได้นำส่งเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. เพื่อดำเนินการเก็บรักษาและขยายผลสืบทรัพย์ต่อไป
ในชั้นจับกุม “แพทริค” เจ้าพ่อผงขาว ได้ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า “ไม่คิดว่าตำรวจจะไปเปิดเจอเงินบนฝ้าเพดานห้องน้ำ เงินนั้นเป็นเงินที่ได้มาจากประเทศไนจีเรีย โดยที่เอาไปซ่อนไว้บนฝ้าเพดานนั้นไม่ได้เป็นการซ่อน แต่คือการเก็บรักษา การโดนจับครั้งนี้ทำให้ตนเองรู้สึกช็อกมากเพราะทำมานานไม่คิดว่าจะมาโดนจับได้”
โดยผลการจับกุม สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด 4 รายดังนี้
1.MR.Patric อายุ 47 ปี สัญชาติไนจีเรีย
2. Mr.Thomas สัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ อายุ 60 ปี
3.นายยศ (สงวนชื่อสกุลจริง) อายุ 35 ปี
4.นายณัฐ (สงวนชื่อสกุลจริง) อายุ 34 ปี
ตรวจยึดของกลาง และยึดทรัพย์สินดังนี้
1.โคเคน จำนวน 30 กรัม (อยู่ระหว่างขยายผลหลายจุด)
2.รถยนต์ 1 คัน มูลค่าประมาณ 500,000 บาท
3.เงินสดจำนวนประมาณ 1,500,000 บาท
4.สร้อยคอทองคำ นาฬิกาแบรนด์เนม และเครื่องประดับ หลายรายการ มูลค่าประมาณ 400,000 บาท
5.เงินสกุลต่างประเทศ จำนวนประมาณ 15,000 บาท