ผัวสุดโหด ลากเมียออกจากมุ้ง ซ้อมเกือบ 2 ชม. จุดไฟเผาเสื้อ-ข้าวของพังยับ ลูกชายโดนด้วย ฝ่ายหญิง ลั่น อยู่ด้วยไม่ไหว ไม่ขอกลับไปคืนดี ขอเอาเรื่องให้ถึงที่สุด
วันนี้ (19 เม.ย.69) ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจากหญิงผู้เสียหาย อายุ 34 ปี ถูกสามีทำร้ายร่ายกาย เมื่อวันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา ตั้งแต่เวลา 04.36 น. จนถึงเกือบ 6 โมงเช้า โดยหญิงสาวพาผู้สื่อข่าวดูร่องรอยความเสียหายบางส่วนที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในห้อง และนำภาพจากกล้องวงจรปิดให้ผู้สื่อข่าวดู เป็นภาพขณะที่ผู้เสียหายและลูกกำลังนอนพักผ่อนกันในมุ้ง ปรากฏว่า นายยุทธพงษ์ อายุ 35 ปี สามี ได้ลุกจากที่นอนและตบเข้าที่บ้องหูของลูกชายวัย 11 ขวบ ก่อนจะลากตัวผู้เสียหายออกมาจากมุ้ง หลังจากนั้นเริ่มพังข้าวของภายในห้อง หลังจากนั้นฝ่ายชายยังไม่หยุดความบ้าคลั่ง เดินไปหยิบมีดทำครัวมาข่มขู่ปาดคอภรรยาตัวเอง และเริ่มประเคนทั้งเท้าและหมัดใส่ภรรยาไม่ยั้ง โดยที่ฝ่ายหญิงไม่กล้าต่อสู้หรือขัดขืน เนื่องจากสามีถือมีดทำครัวไว้ในมือ
จากภาพวงจรปิด นอกจากจากสามีจะประเคนหมัดเท้าใส่ภรรยาแล้ว ยังคว้ากล่องพลาสติกเก็บเสื้อผ้าขนาดใหญ่ฟาดใส่ภรรยาแบบไม่ยั้ง แถมยังจุดไฟเผาเสื้อผ้าบนที่นอนจนฝ่ายหญิงต้องใช้ตุ๊กตาสู้กลับและพยายามดับไฟที่สามีจุดเผา เมื่อตะโกนขอความช่วยเหลือ จนมีชายเพื่อนบ้านเข้ามาห้ามปราม แต่ฝ่ายสามียังไม่หยุด และทำร้ายร่างกายผู้เสียหายต่อไป ขณะที่เพื่อนบ้านก็ไม่กล้าที่จะเข้าห้ามปรามมากนัก เนื่องจากถูกฝ่ายชายชี้หน้าข่มขู่ด้วยเช่นกัน ส่วนทางด้านมารดาฝ่ายหญิง ซึ่งพักอยู่ในบ้านหลังเดียวกันพยายามเข้าห้ามห่างๆ แต่ก็ถูกด่าทอและขู่ฆ่าด้วยเช่นกัน
หญิงผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนแต่งงานและจดทะเบียนสมรสอยู่กินกับสามีคนนี้มา 14 ปี จนมีลูกด้วยกัน 3 คน ก่อนหน้านี้ตนจับได้ว่าสามีเธอนอกใจไปมีหญิงอื่น จึงตัดสินใจขอแยกทางกันอยู่ได้ 6 เดือนแล้ว โดยตนพาลูกทั้ง 3 และแม่มาพักที่บ้านพักย่านบางเสาธง สมุทรปราการ ซึ่งฝ่ายสามีก็ไปๆ มาๆ เดือนละครั้งสองครั้ง อ้างว่าขอมาเจอลูก ตนก็ไม่ได้ติดขัดอะไร พอแยกกันอยู่ได้พอสมควร ตนจึงเริ่มเปิดใจคุยกับคนใหม่ โดยคุยกันได้ไม่ถึงเดือน กระทั่งช่วงวันหยุดสงกรานต์ ฝ่ายสามีได้ขอมาเจอลูกชายและขอนอนค้างกับลูก จนรุ่งเช้าของวันที่ 12 เม.ย. ฝ่ายชายแอบเอาโทรศัพท์ของตนไปดูและพบข้อความแชตที่ตนคุยกับคนใหม่ ทำให้ฝ่ายชายไม่พอใจ และลุกจากที่นอนตบเข้าบ้องหูลูกชายคนโตที่นอนหลับอยู่บนที่นอน หลังจากนั้นก็ลากขาตนออกมาจากที่นอน และเปิดฉากทำร้ายร่างกายตามคลิปวงจรปิด ซึ่งหลังเกิดเหตุ ตนตัดสินใจกลับบ้านพักที่ปราจีนบุรีและเข้าแจ้งความกับทางตำรวจ สภ.ประจันตคาม หลังถูกฝ่ายชายขู่ว่าจะตามมาทำร้ายถึงปราจีนบุรี
ผู้เสียหาย ยังกล่าวอีกว่า หลังจากจับได้ว่าสามีไปมีคนอื่น ตนขอแยกทางกันอยู่ ฝ่ายชายก็พยายามตามขอคืนดีมาตลอด โดยเป็นการง้อด้วยการทำร้ายร่างกายตนทุกครั้ง หลังจากนี้คงไม่ให้อภัยและคงไม่กลับมาคบหรือคืนดีด้วย เพราะใจไม่ไหวกับการถูกกระทำจากฝ่ายชาย ยืนยันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดและให้ออกมารับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น
ขณะที่ เด็กชายวัย 11 ขวบ ที่ถูกพ่อแท้ๆ ทำร้ายร่างกาย บอกว่า คืนวันเกิดเหตุ อยู่ๆ พ่อได้ตบบ้องหูตนทั้งสองข้าง รวมถึงตบที่ศีรษะอย่างแรง โดยด่าทอหาว่าปกป้องเพื่อให้แม่ไปมีคนใหม่ แถมยังกระชากเสื้อตนขึ้นมาแล้วเตะตนจนติดข้างฝา หลังจากนั้นก็ลงมือทำร้ายร่างกายแม่
ด้าน เพื่อนบ้านที่เข้ามาช่วย เผยว่า ตอนแรกได้ยินฝ่ายชายโทรหารุ่นพี่ที่เขารู้จัก เพื่อถามหาอาวุธปืนมาข่มขู่หรือพยายามจะก่อเหตุ เพื่อนรุ่นพี่เตือนสติและไม่ได้ทำตามคำเรียกร้องของผู้ก่อเหตุ ซึ่งตอนแรกตนก็พยายามเกลี้ยกล่อมให้สงบสติอารมณ์ลงบ้างแล้ว แต่สุดท้ายผู้ก่อเหตุก็ลงมือก่อเหตุตามภาพวงจรปิด ซึ่งขนาดนั้นพยายามเข้าห้ามแล้ว แต่ถูกชี้หน้าขู่กลับเช่นกัน จนกระทั้งฝ่ายหญิงตัดสินใจหนีออกจากห้องพักไป ส่วนฝ่ายชายก็หายตัวจากห้องพักไปตั้งแต่วันเกิดเหตุดังกล่าว