ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ยืนยันว่า การเจรจาข้อตกลงหยุดยิงนอกรอบคืบหน้าไปมาก แต่อิหร่านจะนำเรื่องการปิดช่องแคบฮอร์มุซ มาใช้ในการข่มขู่สหรัฐฯ ให้ยอมทำตามไม่ได้ ยืนยันว่าสหรัฐฯ จะปิดล้อมทางทะเล ไม่ให้เรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เข้าไปเทียบท่าหรือออกจากท่าเรือของอิหร่าน จนกว่าจะบรรลุข้อตกลงหยุดยิง
ส่วน โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาและหัวหน้าคณะผู้เจรจาหยุดยิงของอิหร่าน ยืนยันว่า การเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังห่างไกลความจริง เพราะมีหลายประเด็นที่ยังคงเห็นต่างกัน โดยอิหร่านจะควบคุมช่องแคบฮอร์มุซอย่างเข้มงวดต่อไป จนกว่า สหรัฐฯ จะยุติปิดล้อมทางทะเล ไม่ให้เรือเข้าหรือออกจากท่าเรือของอิหร่าน
วานนี้อินเดียเรียกทูตอิหร่านเข้าพบ หลังมีรายงานเรืออินเดียถูกเรือปืนของอิหร่านโจมตี 2 ลำ โดยหลังจากอิหร่านกลับมาปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง เรือหลายลำที่มุ่งหน้าช่องแคบฮอร์มุซ ได้เปลี่ยนเส้นทางถอยกลับอย่างกะทันหัน
ด้าน นางคอมมาลา แฮร์ริส อดีตผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เป็นผู้ที่โน้มน้าวประธานาธิบดีทรัมป์ จนทำให้ สหรัฐฯ ก้าวสู่สงครามที่ไม่มีใครต้องการให้เกิด และทำให้ชีวิตทหารสหรัฐฯ จำนวนมากตกอยู่ในอันตราย
ในการประชุมกลุ่มผู้นำประเทศฝ่ายซ้ายที่สเปน ซึ่งมีกว่า 10 ประเทศเข้าร่วมวานนี้ ประธานาธิบดีกุสตาโว เปโตร แห่งโคลอมเบีย ระบุว่า จากวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ ทั่วโลกควรลดการพึ่งพาน้ำมันและพลังงานฟอสซิลลง และระบุว่า ปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน เป็นหนึ่งในการกระทำที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่รัฐบาลใด ๆ เคยทำในยุคนี้ นอกเหนือจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในฉนวนกาซา