หลังอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ พบเรือ 2 ลำ สัญชาติจีน และ อินเดีย พยายามแล่นผ่าน แต่ไม่สำเร็จ กองกำลังติดอาวุธของอิหร่านสั่งหันหลังกลับทันที
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันศุกร์ (17 เมษายน) อิหร่านเพิ่งประกาศเปิดช่องแคบเป็นการชั่วคราว หลังจากมีการบรรลุข้อตกลงหยุดยิง 10 วันระหว่างอิสราเอลและเลบานอน โดยมีสหรัฐฯ เป็นคนกลาง แต่เปิดได้ไม่ถึง 24 ชั่วโมง โฆษกกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC ออกแถลงการณ์ช่วงเช้าวันที่ 18 เม.ย. ตามเวลาท้องถิ่น ประกาศ ปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยอ้างว่า สหรัฐฯ ยังคงกระทำการเป็น "โจรสลัดและโจรกรรมทางทะเล" ภายใต้สิ่งที่สหรัฐฯ เรียกว่าการปิดล้อม พร้อมย้ำว่า สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงถูกควบคุมอย่างเข้มงวดต่อไป เว้นแต่สหรัฐฯ จะยกเลิกข้อจำกัดในการสัญจรของเรือที่เข้าและออกจากอิหร่าน
หลังจากได้ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้เรือหลายร้อยลำและลูกเรือประมาณ 20,000 คน ยังติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย เพื่อรอการอนุญาตให้แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ล่าสุด สำนักข่าวรอยเตอร์ รายนงานว่า จากข้อมูลการติดตามเรือจาก MarineTraffic เผยให้เห็นภาพความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา โดยพบเรือเพียง 2 ลำเท่านั้นที่เดินทางมุ่งหน้าไปทางตะวันออกผ่านน่านน้ำยุทธศาสตร์แห่งนี้
ข้อมูลระบุว่า หลังเวลาเที่ยงคืน มีเพียงเรือบรรทุกก๊าซหุงต้ม (LPG) สัญชาติจีนชื่อ "G Summer" และเรือ "MEDA" ของอินเดีย ที่เดินทางเข้าไป และกำลังมุ่งหน้าออกจากอ่าวเปอร์เซีย แต่ก็ถูก กองกำลังติดอาวุธของอิหร่านสั่งให้เรือทั้งสองลำหันหลังกลับ เรือทั้งสองลำทำการกลับลำบริเวณตอนใต้ของเกาะลารัค (Larak Island) ของอิหร่าน โดยไม่มีเรือลำอื่นกล้าล่องผ่านทั้งสองทิศทาง