มันสำปะหลังไทย บุก "ฉงชิ่ง" เปิดตลาดใหม่สำเร็จ รับการเติบโตจีนตะวันตก กวาดออเดอร์กว่า 2,000 ล้านบาท
.
วันนี้ (20 เม.ย.69) นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมการค้าต่างประเทศ ได้มอบหมายให้นายนพดล คันธมาศ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนภาครัฐในการนำภาคเอกชนไทยในอุตสาหกรรมมันสำปะหลังรวม 22 ราย เข้าร่วมกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจกับผู้นำเข้าจีนรวม 34 ราย เพื่อผลักดันการส่งออกมันสำปะหลังไทยไปยังตลาดที่มีศักยภาพในภูมิภาคตะวันตกของจีน ณ เมืองฉงชิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นตลาดใหม่ที่ไทยยังไม่เคยเจรจาการค้ามาก่อน และมีแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายการพัฒนาพื้นที่ตะวันตกของรัฐบาลจีน
.
โดยภายในงานผู้ประกอบการไทย ได้เจรจากับผู้นำเข้าจีนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอาหาร อาหารสัตว์ ธุรกิจโลจิสติกส์และ Supply Chain และอุตสาหกรรมต่อเนื่องอื่นๆ อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ฝ่ายไทยได้แสดงตัวอย่างสินค้า เพื่อเน้นย้ำถึงคุณภาพของมันสำปะหลังไทย โดยฝ่ายจีนให้การยอมรับในคุณภาพมาตรฐานและแสดงความพร้อมในการนำเข้าเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ของจีน
.
“จีนเป็นตลาดส่งออกมันสำปะหลังอันดับหนึ่งของไทย โดยปัจจุบันการส่งออกมันสำปะหลังไปจีนยังคงกระจุกตัวอยู่ในแถบตะวันออก ขณะที่ภูมิภาคตะวันตกของจีนมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านจำนวนประชากรและการพัฒนาเมือง ส่งผลให้ความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคและวัตถุดิบอุตสาหกรรมเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับ การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ของจีนที่เอื้อต่อการขนส่งจากไทยได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยการจับคู่เจรจาธุรกิจครั้งนี้ได้ผลตอบรับอย่างดีเยี่ยม ฝ่ายจีนยอมรับในคุณภาพมาตรฐานของมันสำปะหลังไทย และแสดงความสนใจที่จะนำเข้า
.
เพื่อรองรับความต้องการในอุตสาหกรรมต่างๆ โดยคาดการณ์มูลค่าสั่งซื้อภายใน 1 ปี สำหรับสินค้าแป้งมันสำปะหลัง 32,442,000 ดอลลาร์สหรัฐ และมันเส้นมันอัดเม็ด 30,810,000 ดอลลาร์สหรัฐ รวมทั้งสิ้น 63,252,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2,087,316,000 บาท จึงนับเป็นก้าวสำคัญในการขยายเครือข่ายธุรกิจทางการค้าที่ช่วยเพิ่มโอกาสการขยายตลาดมันสำปะหลังไปสู่ภูมิภาคตะวันตกของจีน ซึ่งกรมฯ จะติดตามผลอย่างใกล้ชิด และเดินหน้าผลักดัน
การส่งออกมันสำปะหลังไทยให้เติบโตทั้งในเชิงปริมาณและมูลค่าในตลาดที่มีศักยภาพอย่างต่อเนื่อง”
.
นางอารดาฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 กรมฯ ได้นำคณะผู้ประกอบการไทยศึกษาดูงานด้านโลจิสติกส์ ณ ศูนย์แสดงข้อมูลห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ (Inland International Logistics Hub Exhibition Center) ซึ่งเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์สำคัญในจีนตะวันตก เป็นจุดรวมสินค้า กระจายสินค้า และเปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งแบบครบวงจรที่เชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ Belt and Road Initiative (BRI) โดยได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ
.
นอกจากนี้ คณะฯ ได้เรียนรู้รูปแบบการขนส่งสินค้าที่หลากหลาย ทั้งทางเรือ ราง และถนน
ที่เชื่อมโยงจีนตะวันตกกับภูมิภาคต่างๆ ทั้งจีนตอนใน อาเซียน เอเชียกลาง และยุโรป ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสให้สินค้าไทยเข้าถึงตลาดจีนตะวันตกได้อย่างสะดวกในเวลาอันสั้น ช่วยลดต้นทุน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันได้มากยิ่งขึ้น
.
ซึ่งความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินงานตามนโยบายของกระทรวงพาณิชย์และพันธกิจของกรมการค้าต่างประเทศในการผลักดันและเสริมสร้างศักยภาพสินค้าเกษตรไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกอย่างยั่งยืน
.