อนุทิน มอบนโนบายงบปี 70 ปรับลดงบ รับมือวิกฤตโลก

อนุทิน มอบนโนบายงบปี 70 ปรับลดงบ รับมือวิกฤตโลก

View icon 49
วันที่ 20 เม.ย. 2569 | 11.17 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
อนุทิน มอบนโนบายงบปี 70 กรอบวงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ชูกฎเหล็ก Zero-Based ปรับลดงบ รับมือวิกฤตโลก ขอหน่วยงานลดการสร้างอาคารใหม่ เน้นเช่า เปลี่ยนรถเป็น EV เรื่องการคมนาคมขอให้เร่งซ่อมเส้นทางเดิมมากกว่าขยายเส้นทางใหม่ ย้ำจุดยืนปกป้องอธิปไตย

วันนี้ (20 เม.ย.69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบนโยบายและแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายหลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ( ครม.) เห็นชอบปฏิทินงบประมาณ 2570 เรียบร้อยแล้ว โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เข้าร่วมรับฟังการมอบนโยบาย

นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้เป็นวาระของการมอบนโยบายงบประมาณรายจ่ายประจำประจำปีงบประมาณ 2570 ครั้งนี้แตกต่างจากครั้งที่ผ่านมา ขณะนี้เราอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ของโลกที่มีความผันผวนสูง การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบโดยตรงกับพลังงานและเศรษฐกิจของประเทศไทย ภาครัฐต้องแสดงบทบาทและปรับตัวให้สอดรับกับสถานการณ์ ต้องปรับปรุงปรับวิธีการทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ในทรัพยากรที่ใช้น้อยลง โดยเริ่มจากการปรับลดงบประมาณ แผนงาน หรืองานที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันให้มากที่สุด เพื่อแสดงให้เห็นถึงวิธีคิดในการวางแผนงบประมาณ ให้ทุกบาททุกสตางค์ของประชาชนเกิดประโยชน์สูงสุดอย่างแท้จริง

การจัดทำงบประมาณปี 2570 จะต้องตรงเป้าและแม่นยำ และตอบโจทย์นโยบาย 10 plus ของรัฐบาล นำพาประเทศให้พ้นจากวิกฤต ควบคู่กับพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าต่อไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน หลุดพ้นกับดักประเทศ

ทั้งนี้ รัฐบาลกำหนด 5 นโยบายสำคัญ เพื่อทำให้ไทยมีความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้น ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ เราต้องกระจายรายได้และสร้างโอกาสให้กับประชาชนทุกกลุ่ม ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้เติบโตแข่งขันได้ รวมทั้งส่งเสริมการค้า การเกษตร และการท่องเที่ยว ผ่านนโยบายพุ่งเป้าเฉพาะกลุ่ม

ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง จะต้องเสริมสร้างบทบาทเชิงรุกของไทยในเวทีโลก ด้วยความสร้างสรรค์ เร่งผลักดันประเทศไทยให้เข้าเป็นสมาชิก OECD ให้ได้ภายในปี 2571 และส่งเสริมความมั่นคงชายแดน ชีวิตทรัพย์สินของประชาชน

ด้านสังคม รัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับด้านการศึกษาสุขภาพ สร้างเสริมสถาบันครอบครัวชุมชนให้เข้มแข็ง ผ่านนโยบายสูงวัย พลัส และการศึกษาเท่าเทียม พลัส

ด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ประเทศมีระบบการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ และมีระบบป้องกันการเตรียมความพร้อมและภัยพิบัติที่มีศักยภาพสูง รวมทั้งดันให้ประเทศบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ ภายในปี 2593  ผ่านนโยบายเศรษฐกิจสีเขียว

และด้านสุดท้าย การบริหารภาครัฐการปฏิรูปกฎหมาย มุ่งให้ภาครัฐมีประสิทธิภาพสูงสุดเป็นราชการทันใจ ไม่ใช่ทำใจ รวมทั้งแก้ปัญหาคอร์รัปชันอย่างจริงจัง เพื่อให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น ผ่าน Ai พลัส และไทยแลนด์ พลัส

วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ปี 2570 เพิ่มจากปีที่แล้ว 7,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.2 % ขณะที่ภาระค่าใช้จ่ายที่จำเป็น ยังคงเพิ่มสูงขึ้น ด้วยข้อจำกัดของงบประมาณ เราต้องคำนึงถึงหลักความคุ้มค่า และหลักงบประมาณฐานศูนย์ จะไม่คำนึงถึงฐานงบประมาณที่เคยได้รับจัดสรรในปีที่ผ่านมา แต่จะเน้นในเรื่องความจำเป็นความเหมาะสมของสถานการณ์ความเร่งด่วน และปรับลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นและไม่ตอบโจทย์ในการแก้ไขปัญหาของประเทศให้มากที่สุด

การขอรับการจัดสรรงบประมาณในปีนี้ จะเพิ่มขึ้นได้ไม่เกิน 20% ของงบประมาณปีที่แล้ว ที่เพิ่มขึ้นส่วนมากจะต้องเป็นรายจ่ายด้านการลงทุน เป็นกฎเหล็กของปีงบประมาณ 2570 เพื่อการแก้ไขวิกฤตในประเทศ เป็นการวางรากฐานในการพัฒนาประเทศให้ยั่งยืน ให้ทุกหน่วยปรับลดคำขอ ตั้งงบประมาณการศึกษาดูงาน และการรับรู้การก่อสร้างอาคารสำนักงานใหม่ของหน่วยงาน โดยเน้นเช่ามากกว่า หรือหากมีความจำเป็นต้องก่อสร้าง ก็ขอให้ใช้การลงทุนในรูปแบบ ภาครัฐและเอกชน และเสนอคำขอตั้งงบลงทุนเท่าที่จำเป็น โดยเฉพาะเรื่องการคมนาคมขอให้เร่งซ่อมเส้นทางเดิมมากกว่าขยายเส้นทางใหม่

ขณะที่ด้านพลังงาน ขอหันไปใช้พลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น ใช้การเช่าซื้อรถยนต์มาใช้ในราชการ และเปลี่ยนไปใช่รถยนต์อีวี เพื่อการประหยัด และลดผลกระทบจากสถานการณ์น้ำมันโลก กรณีลงสัญญาเช่าไว้แล้ว ให้ขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการ ให้มีการเจรจาพิจารณาปรับแก้สัญญาเช่ารถราชการเปลี่ยนเป็นรถยนต์อีวี โดยคำนึงถึงความเหมาะสมทางธุรกิจ ต้นทุนและภารกิจของหน่วยงานและความเป็น ไปได้ พร้อมขอให้หน่วยงานพิจารณาใช้โซลาร์รูฟท็อปให้มากขึ้น

นายกฯ เน้นย้ำว่ารัฐบาลยึด 3 หลัก คือ การพิทักษ์และรักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติศาสนาและพระมหากษัตริย์ ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และยึดมั่นในหลักนิติธรรม การบังคับใช้กฎหมายและการบริหารราชการแผ่นดินบนหลักธรรมาภิบาลเพื่อประโยชน์ของประชาชน ขอให้ร่วมมือกันทำภารกิจสำคัญนี้ให้ลุล่วง เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

ในเรื่องของการดูแลอธิปไตยของประเทศ จะต้องให้ความสำคัญกับยุทโธปกรณ์ ต้องมีความพร้อม ต้องไม่ให้ฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามกับเรามารุกรานประเทศของเราได้  การเตรียมความพร้อมทางด้านนี้ ขอให้วางแผนให้ดี หากมีเรื่องจำเป็นต้องสร้างความมั่นใจว่าเรามีศักยภาพ มีแสงยานุภาพเพียงพอที่จะปกป้องอธิปไตยของแผ่นดินไทยของเรา รวมถึงศักดิ์ศรีของประเทศไทยด้วย แผ่นดินที่เป็นของคนไทยและประเทศไทย ต้องปรากฏอยู่ในแผนที่ประเทศไทยเท่านั้น ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญในเรื่องการปกป้องดินแดนของเรา

นายอนุทิน ยังย้ำว่า การลงนามบันทึกความร่วมมือในการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการงบประมาณ ระหว่าง 5 หน่วยงาน ในวันนี้ ขอให้ถือว่าเป็นการแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ลดปัญหาการทุจริตคอรัปชัน และยกระดับประสิทธิภาพในการทำงานของรัฐบาล เพื่อส่งมอบประเทศไทยที่ดียิ่งขึ้นให้กับคนรุ่นหลัง ถึงเวลาสร้างบ้านแปลงเมือง หมดเวลาการคดโกง ทำให้ประเทศไทยขับเคลื่อนไปยังมั่นคงและยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง