ห้องข่าวภาคเที่ยง - ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ไทยได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวหลายชาติ รวมถึงชาวจีนจำนวนไม่น้อยที่มาเที่ยวที่เมืองไทย เพื่อร่วมเล่นน้ำสงกรานต์ จึงเป็นเรื่องปกติที่โซเชียลฯ จีน จะให้ความสนใจกับเรื่องนี้ เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงเป็นที่กระจ่าง ก็ต้องเคลียร์ความเข้าใจผิด ที่ปรากฏเป็นข่าวในช่วงที่ผ่านมา
จากเหตุการณ์ที่มีนักท่องเที่ยวเล่นสงกรานต์ แล้วเลยเถิดไปเป็นการกระทำอนาจาร จับหน้าอกนักข่าวสาวที่ไปรายงานข่าวคนเล่นสงกรานต์ที่สีลม รวมถึงนักท่องเที่ยวอีกหลายคน ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะถูกตำรวจสายตรวจ สน.ปทุมวัน ควบคุมตัวไปดำเนินคดี
สรุปอีกทีป้องกันการสับสนว่าคนที่ก่อเหตุ เป็นคนไทย อายุ 36 ปี ถูกแจ้งข้อหากระทำอนาจารต่อหน้าธารกำนัลฯ ปัจจุบันถูกพาตัวไปขออำนาจศาลอาญากรุงเทพใต้ฝากขังแล้ว และเจ้าตัวก็ไม่ได้ประกันตัวออกมา เหตุเพราะไม่มีเงิน ซึ่งตอนที่เจ้าตัวกำลังจะถูกพาตัวไปส่งศาลฯ ฝากขัง ยังบอกขอโทษกับผู้เสียหาย ยอมรับว่ารู้สึกเครียด และสำนึกผิด ที่ทำไปเพราะเมาขาดสติจริง ๆ
ทางทีมข่าวก็ต้องขออภัยที่ช่วงแรกยังมีความชุลมุน อาจทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับประเด็นนี้ ยืนยันอีกครั้งว่าผู้ต้องหาเป็นคนไทย ไม่ใช่ชาวจีนแต่อย่างใด ซึ่งเรื่องนี้ทางสถานทูตจีน ก็ให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวจีน ที่เข้ามาท่องเที่ยวในไทยจำนวนมาก จึงติดตามดูแลทุกข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ยืนยันไทย และจีน ยังมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน และการท่องเที่ยวแบบนี้ ก็ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของทั้ง 2 ประเทศด้วย
ประเด็นต่อมาที่กำลังถูกจับตามองในโซเชียลฯ จีน คือข่าวที่มีการระบุเนื้อหาว่า "พบสารปนเปื้อน ถูกฉีดพ่นเข้าปากผู้คนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของไทย" ที่มียอดผู้ชมทางแพลตฟอร์ม Weibo กว่า 27 ล้านครั้ง
เหตุการณ์นี้ถูกเล่าจากหญิงชาวไทย ที่ไปเล่นน้ำสงกรานต์ย่าน RCA เธอบอกว่า ตัวเองระมัดระวังตัวเป็นอย่างดี ไม่ดื่มเครื่องดื่มสุ่มเสี่ยง น้ำที่ดื่มมีฝาปิดมิดชิด และแฟนที่ไปด้วย ก็ดื่มน้ำแก้วเดียวกัน แต่ไม่เกิดอาการใด ๆ มีแค่ตัวเธอที่มีอาการชัก น้ำลายฟูมปาก และหมดสติ และหลังถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาล แพทย์พบว่ามี สาร GHB หรือที่เรียกว่า "ยาเสียสาว" อยู่ในร่างกาย มีใบรับรองแพทย์ยืนยัน
จึงทำให้คนจีนจำนวนมากแสดงความกังวลต่อ "รูปแบบความเสี่ยงใหม่" โดยเฉพาะแนวคิดเรื่องการนำสารใส่ในปืนฉีดน้ำ ซึ่งถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ควบคุมได้ยากในพื้นที่ที่มีคนจำนวนมาก แต่ขณะเดียวกันก็มีคนตั้งคำถามว่าเป็นไปได้จริง ๆ หรือคุ้มกันไหมที่จะทำแบบนั้น
สอบถามข้อเท็จจริงกับ ผู้กำกับการ สน.มักกะสัน บอกว่า ผู้เสียหายได้มาแจ้งความไว้ที่ สน.มักกะสัน จริง แต่เนื่องจากรายละเอียดไม่ได้ระบุว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นตรงจุดไหนที่แน่ชัด จึงต้องให้ฝ่ายสืบสวนไปไล่ดูภาพวงจรปิด เพื่อหาความเชื่อมโยงตามคำให้การ ยอมรับว่าเป็นงานยาก เพราะพื้นที่เกิดเหตุมีนักท่องเที่ยวกว่า 4,000-5,000 คน หมุนเวียนกันเข้าไปเล่นน้ำ และจากการตรวจสอบก็ไม่พบมีผู้เสียหายรายอื่นที่ถูกกระทำในลักษณะเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ได้ให้ผู้เสียหายไปตรวจร่างกายอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลตำรวจแล้ว ตอนนี้อยู่ระหว่างรอผลการตรวจ เพื่อดูว่าสารเคมีที่เป็นข้อพิรุธ คือสารอะไรกันแน่