ข่าวเย็นประเด็นร้อน - คดีคนร้ายชิงทองหนัก 35 บาท จังหวัดระนอง ล่าสุด ผู้ก่อเหตุเบอร์ 1 สารภาพแล้วว่ารู้เห็นกับเรื่องนี้ และที่น่าตกใจ คือ ผู้ก่อเหตุมีศักดิ์เป็นน้าเขย ส่วนคนงัดห้องชิงทอง เป็นลูกน้องคนสนิทของน้าเขย
ตำรวจ สภ.เมืองระนอง ทำงานเร็ว เพียงไม่กี่วัน สามารถคุมตัวผู้ต้องหาเบอร์ 1 ซึ่งเป็นผู้บงการ สั่งลูกน้องชิงทองหนัก 35 บาท ที่บ้านหลังหนึ่ง มูลค่ากว่า 2.5 ล้านบาท โดยผู้ที่เข้าก่อเหตุดูมีความชำนาญ รู้ว่าอะไรอยู่ไหน เนื่องจากไม่แตะต้องทรัพย์สินอื่น ๆ เลย
คดีนี้มีผู้ร่วมกระทำผิดทั้งหมด 4 คน จับกุมได้แล้ว 1 คน เป็นชายอายุประมาณ 70 ปี มีศักดิ์เป็น “น้าเขย” รู้จักสนิทสนมกับครอบครัวผู้เสียหายเป็นอย่างดี
โดยผู้กระทำผิดคนนี้ทำหน้าที่ชี้เป้าว่าช่วงเวลาใดเจ้าของไม่อยู่บ้าน และยังบอกจุดซ่อนทรัพย์สินในบ้านให้กับคนร้ายรู้อีกด้วย
เมื่อถามว่าทำไปทำไมเพราะเป็นเครือญาติกัน ชายคนนี้อ้างว่าหมั่นไส้คนในบ้านหลังดังกล่าว โดยเฉพาะหลานสาว ชอบโพสต์ลงโซเชียลฯ อวดรวย แม้กระทั่งซื้อทองคำมาเก็บสะสม ก็ยังโพสต์โชว์
ด้าน นายธนโชติ ผู้เสียหาย เล่าว่า ตนรู้สึกตกใจที่ทราบเหตุผลของการลักขโมยครั้งนี้ ไม่คิดเลยว่าน้าเขยแท้ ๆ จะไม่พอใจครอบครัวตน ทั้งที่น้าเขยก็เคยเป็นคนเลี้ยงดูตนมาแต่เล็กแต่น้อย
“น้าเขย หรือ นายถวิล” ถูกแจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันลักทรัพย์ฯ และล่าสุด ตำรวจสามารถควบคุมตัว “นายเข่ก” ซึ่งเป็นลูกชายของผู้ก่อเหตุ โดย “นายเข่ก” ทำหน้าที่ประสานงานไปถึงพ่อ เนื่องจากผู้บ่งการไม่อยากติดต่อหาลูกน้องที่ชื่อ “นายขิ่น” โดยตรง
ตอนนี้ที่ยังตามจับ คือ “นายไข่” เพื่อนของ “นายเข่ก” ซึ่งทำหน้าที่ขับรถ รวมถึง “นายขิ่น” คนก่อเหตุ ซึ่งทั้ง 2 คน ยังหลบหนี
ผู้ต้องหาอีก 2 คน ชุดสืบสวน สภ.เมืองระนอง กำลังไล่ติดตามเพื่อจับกุม โดยมีรายงานข่าวว่าหลบหนีอยู่ตามตะเข็บแนวชายแดน ไทย-เมียนมา ของอำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ซึ่งเป็นเขตอิทธิพลของกองกำลังกะเหรี่ยง KNU
โดย นายขิ่น ผู้ก่อเหตุย่องขึ้นบ้านขโมยทอง มีประวัติโชกโชนในการก่อเหตุอาชญากรรม เคยปล้นฆ่าชาวเมียนมาทิ้งทะเล ชิงปลาเรือทัวร์ หรือเรือบรรทุกอาหารทะเลสด จากจังหวัดเกาะสอง ประเทศเมียนมา เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว