วันนี้ (20 เม.ย. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกันจับกุม นายศุภวิชญ์ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนาทวี ที่ 231/2568 ลงวันที่ 10 เมษายน 2568 กระทำผิดฐาน “ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ของตนโดยมิได้เจตนาใช้เพื่อตน หรือกิจการที่ตนเกี่ยวข้องทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด”
โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณลานจอดรถสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ ถ.บรมราชชนนี แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร
พฤติการณ์ ผู้เสียหายถูกกลุ่มคนร้ายใช้บัญชีเฟซบุ๊ก และแอปพลิเคชันหนึ่งได้ชักชวนให้ร่วมลงทุนซื้อหุ้น ของบริษัทน้ำมัน โดยอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนสูง ผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงได้โอนเงินจากบัญชีธนาคารส่วนตัวไปยังบัญชีของกลุ่มคนร้าย รวมทั้งสิ้นกว่า 20 ครั้ง ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน รวมมูลค่าความเสียหายเป็นเงิน 244,107.55 บาท
ต่อมาเมื่อไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่ตกลง และไม่สามารถถอนเงินคืนได้ จึงทราบว่าถูกหลอกและเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.จะนะ พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานรออกหมายจับผู้ต้องหานี้พร้อมพวกไว้
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สืบทราบว่า นายศุภวิชญ์ จะเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ลงพื้นที่ เพื่อทำการตรวจสอบบริเวณลานจอดรถสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ พบชายบุคคลตามหมายจับได้เดินอยู่บริเวณจุดจอดรถดังกล่าว
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวพร้อมทั้งได้แสดงหมายจับให้ผู้ถูกจับดู และควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.จะนะ จว.สงขลา เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
จากการตรวจสอบประวัติเพิ่มเติมพบว่าผู้ต้องหานี้ยังมีหมายจับอีก 2 หมายจับ ดังนี้
1.ตามหมายจับของศาลจังหวัดน่าน ที่ จ.295/2566 ลงวันที่ 12 ธันวาคม 2566 กระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงและร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น” มูลค่าความเสียหาย 300,730.15 บาท
2.ตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่น ที่ 593/2566 ลงวันที่ 22 กันยายน 2566 กระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกงประชาชนฯ” โดยสร้างเว็บไซต์ปลอมอ้างว่าเป็นกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อดักเหยื่อที่ต้องการ แจ้งความออนไลน์ หลอกเหยื่อว่าสามารถช่วยดึงเงินคืนจากคดีเก่าได้แต่ต้องโอนเงินเข้าไปในระบบก่อน เพื่อสืบสวน ความเสียหายสูงถึง 910,304 บาท รวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้น 1,455,141.70 บาท
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น รับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง แต่ให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีนี้แต่อย่างใด