พบซากเสือโคร่งวัยรุ่นกลางทุ่งใหญ่ฯ ตะวันออก อุ้งเท้าหน้ากว้าง 8.5 ซม. มีแผลกระจุยทั่วตัว คาดสู้กับเสือเจ้าถิ่นที่แข็งแกร่งกว่า เผาทำลายซาก ป้องกันการโจรกรรม หนัง-กระดูก นำไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย
วันนี้ (21 เม.ย.69) นายพนัชกร โพธิบัณฑิต ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14 (ตาก) เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออก รายงานการตรวจพบซากเสือโคร่งเพศเมียวัยรุ่นกลางป่าห้วยลากาเบิงเล็ก สภาพพบบาดแผลถูกกัดกระจุยทั่วตัว คาดเสียชีวิตจากการต่อสู้กับเสือเจ้าถิ่นเพื่อแย่งชิงอาณาเขตตามสัญชาตญาณสัตว์ป่า เร่งเผาทำลายซากทันทีตามระเบียบกรมอุทยานฯ เพื่อตัดวงจรโรคระบาดและป้องกันการโจรกรรมชิ้นส่วน
นายปิยะพงษ์ สืบเสน หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออก รายงานว่า เมื่อวันที่ 19 เม.ย.69 คณะเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าห้วยน้ำเขียว ร่วมกับสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ ได้เข้าดำเนินการปฏิบัติภารกิจเก็บกู้กล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่า (Camera Trap) เพื่อรวบรวมข้อมูลงานวิจัยในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออก แต่ในระหว่างการเดินทางบริเวณป่าห้วยลากาเบิงเล็ก เจ้าหน้าที่ได้พบภาพที่น่าสลดใจเมื่อพบซากเสือโคร่งหนึ่งตัวนอนเสียชีวิตอยู่บนเส้นทางลาดตระเวน จึงประสานผู้เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบพื้นที่โดยละเอียดในทันที
จากการตรวจสอบสภาพซากเบื้องต้นพบว่าเป็นเสือโคร่งเพศเมียที่ยังอยู่ในช่วงวัยรุ่นหรือโตไม่เต็มวัย วัดขนาดอุ้งเท้าหน้ากว้างได้ 8.5 เซนติเมตร ความยาว 10.5 เซนติเมตร และมีช่วงอุ้งเท้ายาว 7 เซนติเมตร โดยสภาพศพพบบาดแผลฉกรรจ์ซึ่งเป็นรอยเขี้ยวของสัตว์กินเนื้อขนาดใหญ่หลายแห่ง โดยเฉพาะจุดสำคัญบริเวณหลังลำคอ หน้าอก และโคนขาหลังด้านขวา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญร่วมกันสันนิษฐานว่าบาดแผลทั้งหมดเกิดจากการเข้าจู่โจมของเสือโคร่งเจ้าถิ่นที่มีความแข็งแกร่งกว่า โดยเป็นการต่อสู้เพื่อแย่งชิงอาณาเขตในการครอบครองพื้นที่ป่า ซึ่งเป็นพฤติกรรมปกติของสัตว์ตระกูลแมวป่าเมื่อก้าวเข้าสู่วัยที่จะต้องแยกตัวออกมาสร้างอาณาจักรของตนเอง
ภายหลังการบันทึกข้อมูลและรวบรวมหลักฐานเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ได้ตัดสินใจดำเนินการเผาทำลายซากเสือโคร่งในจุดที่พบทันที เพื่อรักษาความสะอาดของระบบนิเวศและเป็นการตัดวงจรการแพร่กระจายของเชื้อโรคที่อาจส่งผลกระทบต่อสัตว์ป่าตัวอื่นในพื้นที่ นอกจากนี้ยังเป็นการป้องกันการลักลอบโจรกรรมชิ้นส่วนซากสัตว์ อาทิ หนัง หรือกระดูก เพื่อนำไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม การพบร่องรอยการแย่งชิงพื้นที่ในลักษณะนี้ ยังสะท้อนให้เห็นถึงความหนาแน่นและความสมบูรณ์ของประชากรเสือโคร่งในผืนป่ามรดกโลกทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออก ที่ยังคงเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยที่สำคัญของสัตว์ป่าหายากระดับโลกสืบต่อไป