ไตวายใกล้ตัว สาเหตุแดนนี่เสียชีวิต หมอเจดเผยสิ่งที่คนมองข้าม

ไตวายใกล้ตัว สาเหตุแดนนี่เสียชีวิต หมอเจดเผยสิ่งที่คนมองข้าม

View icon 477
วันที่ 21 เม.ย. 2569 | 11.02 น.
เกาะกระแสออนไลน์
แชร์
วงการบันเทิงเศร้า ที่ต้องสูญเสีย นายดนัย ศรีภิญโญ หรือ "แดนนี่ ศรีภิญโญ" อายุ 57 ปี 8 เดือน นักแสดงตลกและพิธีกรลูกครึ่งไทย-อเมริกัน จากไปอย่างสงบเมื่อช่วงเที่ยงวานนี้ (20 เม.ย.) ประมาณ 12.54 น. ด้วยโรคไตวาย ที่โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช จังหวัดสุพรรณบุรี

เหตนี้ ทางด้าน นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ เจ้าของเพจ หมอเจด  โพสต์ภาพข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ระบุว่า

หลายคนน่าจะเห็นข่าวคุณแดนนี่ ศรีภิญโญ เสียชีวิตจากไตวายฉับพลัน ผมขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ และยังมีคนไทยอีกหลายล้านคนกำลังเสี่ยงภาวะนี้อยู่โดยไม่รู้ตัว เรื่องนี้ก็ทำให้เห็นชัดว่า “ไตวาย” ไม่ใช่โรคไกลตัวเลยครับ และไม่ได้เกิดเฉพาะคนที่ป่วยหนักมาก่อน หลายคนยังใช้ชีวิตปกติ แต่ภายในร่างกายกำลังมีความเสี่ยงสะสมอยู่ โดยเฉพาะไตที่เป็นอวัยวะสำคัญแต่ไม่ค่อยแสดงอาการจนกว่าจะสาย ผมเรียบเรียงให้ครบทุกประเด็นสำคัญ จะได้เข้าใจและเช็กตัวเองได้ทัน

1.ไตวายฉับพลัน — ศัตรูที่มาเร็วโดยไม่เตือน

ไตวายฉับพลันสามารถเกิดจาก “เรื่องเล็ก” แล้วแย่ลงในไม่กี่วัน เช่น กินยาแก้ปวดต่อเนื่อง (กลุ่ม ibuprofen, naproxen) โดยไม่มีการดูแล ขาดน้ำจากท้องเสีย อาเจียน หรืออากาศร้อนจัด ดื่มน้ำน้อย การติดเชื้อรุนแรงในกระแสเลือด รวมถึงความดันตกจากอุบัติเหตุหรือเสียเลือด ทำให้เลือดไปเลี้ยงไตไม่พอ จุดสำคัญคือ “ไม่มีสัญญาณชัดก่อน” หลายคนเริ่มจากไม่สบายเล็กน้อยแล้วเข้าสู่ภาวะอวัยวะล้มเหลวได้

ลักษณะเด่นคือ “เกิดเร็วและเห็นอาการชัด” ภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วัน จากเดิมที่ปกติอาจแย่ลงรวดเร็ว อาการมักมาแบบเฉียบพลัน เช่น ปัสสาวะลดลง บวม เหนื่อย หรือซึม จุดสำคัญคือมักมี “ตัวกระตุ้นชัดเจน”

2.ไตวายเรื้อรัง — น่ากลัวเพราะมาเงียบ

ไตวายเรื้อรังใช้เวลาหลายปี ไตจะค่อย ๆ เสื่อมโดยไม่แสดงอาการชัด จนเหลือการทำงานเพียง 15–20% ก็ยังรู้สึกปกติ สาเหตุหลักในคนไทยคือ เบาหวานและความดันที่คุมไม่ดี รองลงมาคือการใช้ยาแก้ปวดสะสม และสมุนไพรหรือยาชุดที่ไม่ปลอดภัย จุดอันตรายคือ “รู้ตัวช้า” ทำให้หลายคนเข้าสู่ระยะต้องฟอกไตโดยไม่ทันตั้งตัว

ลักษณะเด่นคือ “ค่อย ๆ เสื่อมแบบไม่รู้ตัว” ใช้เวลาหลายปี โดยช่วงแรกแทบไม่มีอาการ ทำให้หลายคนใช้ชีวิตปกติทั้งที่ไตเสื่อมไปมากแล้ว มักไม่มีจุดเริ่มชัดเจนเหมือนแบบฉับพลัน

3.สาเหตุที่คนไทยเจอบ่อยและมักมองข้าม

หลายเคสไม่ได้มาจากโรคใหญ่ แต่เริ่มจากพฤติกรรมใกล้ตัวที่ทำซ้ำทุกวันโดยไม่รู้ตัว

- กินยาแก้ปวดเองต่อเนื่อง เช่น ibuprofen, naproxen โดยไม่มีแพทย์ดูแล ทำลายไตแบบเงียบ ๆ
- ขาดน้ำรุนแรง จากท้องเสีย อาเจียน หรือดื่มน้ำน้อย โดยเฉพาะช่วงอากาศร้อน ไตทำงานหนักจนล้มเหลวได้
- ติดเชื้อรุนแรง โดยเฉพาะไข้สูงที่ปล่อยไว้นาน อาจลุกลามเข้ากระแสเลือดและกระทบไต
- ยาสมุนไพรหรือยาชุดที่ไม่ปลอดภัย ซึ่งหลายคนกินต่อเนื่องโดยไม่รู้ว่ามีสารที่เป็นพิษต่อไต
- ความดันตกฉับพลัน เช่น หลังอุบัติเหตุ เสียเลือด หรือภาวะช็อก ทำให้เลือดไปเลี้ยงไตไม่พอ
ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่เป็น “หลายปัจจัยรวมกัน” และจุดที่อันตรายคือ มันไม่ทำให้รู้สึกเจ็บหรือผิดปกติทันที จนกว่าจะเริ่มแสดงอาการครับความต่างที่ต้องรู้ (ฉับพลัน vs เรื้อรัง)

อาการแบบนี้ = ฉุกเฉิน อย่ารอ ถ้าเริ่มมีอาการเหล่านี้ ต้องคิดถึงไตวายทันที

- ปัสสาวะน้อยลงหรือไม่มีเลย
- บวมเร็วที่เท้า ขา หรือหน้า
- หอบ เหนื่อย โดยไม่มีสาเหตุชัด
- ซึม สับสน ไม่รู้สึกตัวดี

อาการพวกนี้เกิดจากของเสียคั่งและไตไม่สามารถขับน้ำออกได้แล้ว อย่ารอดูอาการ ต้องไปโรงพยาบาลทันที เพราะยิ่งช้า โอกาสฟื้นยิ่งน้อย

5.สัญญาณเตือนที่ร่างกายกำลังบอก

อาการพวกนี้ไม่ควรมองข้าม เพราะเป็นผลจากของเสียสะสมในร่างกาย

อ่อนเพลียผิดปกติ — ไตเสื่อมทำให้เลือดจางและของเสียคั่ง ร่างกายไม่มีแรง
บวม — น้ำคั่ง เพราะไตขับน้ำไม่ได้ โดยเฉพาะหน้าและขา
ปัสสาวะผิดปกติ — ฟองเยอะ สีเข้ม มีเลือด หรือปริมาณลดลง
คลื่นไส้ เบื่ออาหาร — ของเสียในเลือดกระทบระบบย่อย
สมองไม่แล่น — ของเสียคั่งส่งผลต่อสมอง ทำให้มึน สับสน
ตะคริว ปวดขา — เกลือแร่เสียสมดุล
คันตามตัว — ของเสียถูกขับออกทางผิวหนังแทนไต

ถ้าใครมีหลายข้อร่วมกัน อย่าคิดว่าเรื่องเล็กนะครับ

6.ค่าไต eGFR บอกอะไร และระยะไหนต้องระวังค่า eGFR ใช้ดูว่าไตทำงานได้กี่เปอร์เซ็นต์

- มากกว่า 90 = ปกติ หรือเริ่มมีความผิดปกติเล็กน้อย
- 60–89 = ไตเริ่มเสื่อม ต้องติดตาม
- 45–59 = เสื่อมปานกลาง
- 30–44 = เสื่อมมากขึ้น (เริ่มน่ากังวล)
- 15–29 = เสื่อมรุนแรง (ใกล้วิกฤต)
- ต่ำกว่า 15 = ไตวายระยะสุดท้าย (ต้องฟอกไตหรือเปลี่ยนไต)

จุดสำคัญคือ “ตั้งแต่ต่ำกว่า 45 ลงไป” จะเริ่มควบคุมยาก และหลายคนไม่รู้ตัวจนถึงจุดนี้ นอกจากนี้ยังมีค่า Creatinine และการตรวจปัสสาวะดูโปรตีนรั่ว ที่ช่วยยืนยันว่าไตกำลังมีปัญหาไตวายไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ใช่โรคของคนแก่เท่านั้น สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่อาการรุนแรง แต่คือ “การไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเสี่ยง” เพราะช่วงที่ยังไม่มีอาการ คือช่วงที่ไตกำลังเสียไปเรื่อย ๆ แบบเงียบ ๆ การตรวจสุขภาพปีละครั้ง โดยเฉพาะค่าไต เป็นเรื่องเล็กที่ช่วยให้รู้ทันก่อนสาย และอาจช่วยไม่ให้ไปถึงวันที่ต้องฟอกไตได้ครับ

ขอบคุณข้อมูล เพจ หมอเจด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง