รัฐบาลมั่นใจ งบฯ ปี 70 ใช้ได้ทัน 1 ต.ค. นี้ จ่อออก พ.ร.บ.โอนงบฯ มิ.ย.นี้ ชูงบฐานศูนย์รับมือสงคราม ดัน “คนละครึ่ง พลัส” 20-30 ล้านคน โยนคลังสรุปวงเงิน
ภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ (21 เม.ย.69) นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงบประมาณ แถลงว่า งบประมาณประจำปี 2570 จะเริ่มใช้ได้ตามปฏิทินงบประมาณ หรือ ในวันที่ 1 ต.ค. นี้อย่างแน่นอน โดยไม่มีความล่าช้า ด้วยตารางที่สำนักงบประมาณเสนอครม.ปฏิทินของงบประมาณ สามารถดำเนินการได้ทันในปีงบประมาณ ปกติ หรือ 1 ต.ค. ที่จะเริ่มใช้งบประมาณปี 2570 ได้
สำหรับปฏิทินงบประมาณ
- 1 พ.ค. 2569 หน่วยรับงบประมาณจัดส่งรายละเอียดคำของบประมาณ 2570
- 2 พ.ค.-1 มิ.ย. 2569 สำนักงบประมาณพิจารณารายละเอียด และนำเสนอให้ครม.พิจารณา
- 2 มิ.ย. 2569 ครม.ให้ความเห็นชอบรายละเอียดงบประมาณ 2570 และมอบให้สำนักงบประมาณรับฟังความเห็นการจัดทำงบประมาณ 2570
- 17-22 มิ.ย. 2569 ครม.ดำเนินการจัดพิมพ์ร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 2570 และเอกสารประกอบงบประมาณ
- 23 มิ.ย. 2569 ครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 2570 และเอกสารประกอบงบประมาณ และนำเสนอต่อผู้แทนราษฎรในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์
- 1-3 ก.ค. 2569 สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 2570 วาระที่ 1
- 7-9 ก.ย. 2569 สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 2570 วาระที่ 2-3
- 10-11 ก.ย. 2569 วุฒิสภาพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2570
- 21 ก.ย. 2569 สลค.นำร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 2570 ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อให้ประกาศบังคับใช้ต่อไป
ส่วน พ.ร.บ.โอนงบประมาณ สำหรับหน่วยงานที่ไม่สามารถดำเนินโครงการที่ได้รับการจัดสรรได้นั้น รัฐบาลยืนยันว่า จะทำ พ.ร.บ.โอนงบประมาณนี้อย่างแน่นอน และจะเสนอ สภาผู้แทนราษฎรในวาระถัดไป
สำหรับกำหนด ร่างพ.ร.บ. โอนงบประมาณ โดยตั้งใจจะเร่งให้เร็วที่สุด เพราะปัญหาภัยสงครามรุนแรง และจำเป็น ต้องใช้เม็ดเงินมหาศาลในการช่วยเหลือ เยียวยาที่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาตามข้อกฎหมาย หากดำเนินการเร็วเกินไป อาจขัดต่อหลักของรัฐธรรมนูญ มาตรา 140 ซึ่งกำหนดว่า แม้สามารถนำเงินคงคลังออกมาใช้ได้ แต่เมื่อใดที่รัฐบาลออกพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณกลางปี หรือมีการโอนงบประมาณ ขั้นตอนแรกที่ต้องดำเนินการ คือ การนำเงินที่ได้จาก พ.ร.บ.ดังกล่าว ไปคืนเงินคงคลังก่อนเป็นลำดับแรก
ทั้งนี้ ประมาณการวงเงินที่จะได้จากการโอนงบประมาณอยู่ที่ 50,000–60,000 ล้านบาท ขณะที่ปัจจุบันมีเงินคงคลังค้างอยู่ราว 70,000 ล้านบาท ส่งผลให้เงินจากการโอนงบประมาณต้องถูกนำไปชดใช้เงินคงคลังก่อน จึงไม่สามารถนำไปใช้แก้ไขปัญหาหรือเยียวยาประชาชนได้ทันที
ดังนั้น จึงกำหนดจะออก พ.ร.บ.ดังกล่าว ภายหลังจากที่ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 เข้าสู่การพิจารณา และได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว หรือภายในวันที่ 2 มิ.ย. นี้
เมื่อ พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 มีผลบังคับใช้ เงินชดเชยและเงินคงคลังจะถูกนำไปใช้ในปีงบประมาณ 2570 แทน จากนั้นจึงจะดำเนินการออก พ.ร.บ.โอนงบประมาณ เพื่อให้สามารถนำเงินดังกล่าวมาใช้ในการช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนได้ต่อไป
สำหรับการจัดทำงบประมาณปี 2570 นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ โดยประเมินว่าอาจยืดเยื้อและส่งผลกระทบต่อประชาชนทั้งในระยะกลางและระยะยาว
การจัดทำงบประมาณปี 2570 จะยึดหลักสำคัญ 2 ประการ ได้แก่ 1.หลักความคุ้มค่า 2.หลักงบประมาณฐานศูนย์ (Zero-based Budgeting) ซึ่งหมายความว่า การจัดทำงบประมาณในปีนี้จะไม่ยึดโยงกับฐานงบประมาณเดิมของหน่วยงานในปีก่อน แต่ให้เริ่มพิจารณาความจำเป็นของงบประมาณใหม่ทั้งหมด แทนการตั้งงบประมาณโดยอิงจากกรอบเดิมเหมือนที่ผ่านมา
ความคืบหน้าของโครงการคนละครึ่ง พลัส ซึ่งจะอยู่ในโครงการไทยช่วยไทย นายภราดร ระบุว่า ตั้งเป้าหมาย 20-30 ล้านคน กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพิจารณา รูปแบบการออกโครงการคนละครึ่ง ว่าจะเลือก ให้เงินแบบระยะยาว หรือระยะสั้น แต่ต้องดูว่าจำนวนของผู้ที่ได้รับสิทธิ์จะเป็นกี่คน ยืนยันว่าเงินที่ให้ในโครงการนี้จะไม่น้อยกว่าครั้งที่ผ่านมา
ผู้สื่อข่าวรายงาน สำหรับการประชุม ครม. ในวันนี้ ที่ประชุม ไม่ได้มีการพิจารณา โครงการ คนละครึ่งพลัส เฟส 2 และ โครงการ รถแลกเงิน
สำหรับการเพิ่มงบลงทุน 20 % จะทำให้ฝ่ายการเมืองวิ่งเต้น โครงการหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ทุกโครงการจะต้องตอบโจทย์ ดังนั้นเชื่อว่าไม่มีการวิ่งเต้น ตนกำกับสำนักงบประมาณ และได้ให้นโยบายชัดเจนว่า ทุกโครงการต้องเจาะตอบโจทย์นโยบายของรัฐบาลและประเทศ
อย่างไรก็ตาม วันพรุ่งนี้ (22 เม.ย.) เวลา 10.00 น. 4 หน่วยงานเศรษฐกิจ ได้แก่ สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จะมีการประชุมร่วมกันเพื่อทบทวนกรอบวงเงินงบประมาณปี 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ว่าจะคงกรอบงบประมาณเดิมหรือมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรหรือไม่ หากที่ประชุมยืนยันใช้กรอบงบประมาณเดิมก็สามารถดำเนินการต่อได้ตามปฏิทินงบประมาณที่วางไว้ได้เลย